posttoday
ปฏิรูปภาคเอกชน สร้างธรรมาภิบาลกันทุจริต

ปฏิรูปภาคเอกชน สร้างธรรมาภิบาลกันทุจริต

10 ตุลาคม 2559

เปิดข้อเสนอ"การปฏิรูปมาตรการเสริมสร้างระบบการบริหารงานที่มีบรรษัทภิบาลในภาคเอกชน"

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ที่มี ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เป็นประธาน ได้จัดทำรายงานเรื่อง “การปฏิรูปมาตรการเสริมสร้างระบบการบริหารงานที่มีบรรษัทภิบาลในภาคเอกชน”

รายงานชุดนี้จัดทำเพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะนอกจากข้าราชการการเมือง นักการเมืองข้าราชการประจำยังพบนักธุรกิจเข้ามามีส่วนในเรื่องดังกล่าว ทั้งการเป็นผู้ให้เพื่อตนเองได้รับผลประโยชน์จากการเป็นคู่สัญญา เช่น การฮั้วในการเสนอราคาซื้อหรือจ้าง ขณะเดียวกันอาจถูกเรียกร้องผลประโยชน์ในเรื่องทรัพย์สิน หรือสิ่งของจากเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ดุลพินิจพิจารณาอนุมัติ อนุญาต หรือการบังคับใช้กฎหมาย

อย่างไรก็ดี รายงานชุดดังกล่าวได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรับฟังสถานการณ์จากปัญหาการดำเนินการ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอในการปฏิรูป

ข้อเสนอแนะในการปฏิรูป เพื่อสนับสนุนมาตรการที่ภาคเอกชนดำเนินการอยู่ให้มีผลครอบคลุมอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการเพิ่มแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นและมาตรการการทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ในการจัดซื้อจัดจ้าง

มาตรการ 1 : การเพิ่มแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ประเทศไทยได้ลงนามในภาคีในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านทุจริต เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2546 และให้สัตยาบัน เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2554 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการประเมินติดตามการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ รอบปี 2553-2558

ในการต่อต้านทุจริตของภาคเอกชนไทย โดยบริษัทที่เข้าเป็นแนวร่วมนี้จะร่วมกันดำเนินงานตามกรอบและขั้นตอน ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล ได้แก่ หลักที่ 10 ว่าด้วยการต่อต้านทุจริต (The Ten Principles of the United Nations Global Compact)

หลักการดำเนินธุรกิจว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน (Business Principles for Countering Bribery) ซึ่งกำหนดโดย Transparency International รวมถึงหลักการต่างๆ ที่เผยแพร่ โดยธนาคารโลก และ Center for International Private Enterprise (CIPE) และองค์กรนานาชาติอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการบังคับใช้ของแนวร่วมปฏิบัติมีหลายรูปแบบ ซึ่งทุกรูปแบบมีขั้นตอนบรรลุเป้าหมายในการลดระดับทุจริต โดยการดำเนินการตามแนวร่วมปฏิบัติในปัจจุบัน ประกอบด้วย 3 รูปแบบ ตามลำดับความเข้มข้นในการดำเนินการ

รูปแบบที่ 1 คำประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต (Anti-Corruption Declaration) เป็นความตกลงในหลักการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต เป็นการให้คำมั่นต่อสาธารณะ หากมีบริษัทกระทำความผิดตามข้อตกลงในการเข้าเป็นแนวร่วม จะใช้การกดดันทางสังคมเพื่อลงโทษ (Social Sanction)

รูปแบบที่ 2 การรับรองแนวร่วมธุรกิจ (Signatory Companies) เป็นการกำหนดให้มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นและระบบป้องกันการจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่เป็นรูปธรรม

รูปแบบที่ 3 การทำข้อตกลงทางคุณธรรม (Integrity Pact) เป็นการทำสัญญาแบบลายลักษณ์อักษรระหว่างหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างและบริษัทผู้เข้าร่วมประมูล โดยมีบุคคลภายนอกที่เป็นกลางทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินการตามสัญญา

มาตรการ 2 : การทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเจตนารมณ์ของมาตรานี้มุ่งหวังต่อการเข้ามาเป็นแนวร่วมของภาคีเอกชน โดยในทางปฏิบัติโครงการที่มีอาสาสมัครผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะสาขาที่เข้าร่วมกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการรัฐและได้ร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน ควรกำหนดให้เป็นตัวอย่าง ทั้งด้านมาตรฐานงานและราคากลางเพื่อการประมูล

มาตรการ 3 : การป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีผ่านการทำธุรกรรมกับบริษัทนอกอาณาเขต อาทิ กำหนดให้บุคคลและนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลรายชื่อบริษัทนอกอาณาเขตที่ตนมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินส่วนใดส่วนหนึ่ง และแสดงหลักฐานการจดทะเบียนบริษัทดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมให้แจ้ง ปปง. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

มาตรการ 4 : เพิ่มบทลงโทษกรรมการบริษัทกรณี Insider Trading วิธีการดำเนินการ อาทิ ให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะต้องมีการพิจารณาทบทวนบทลงโทษกรณีการใช้ข้อมูลภายในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อันเป็นการเอาเปรียบบุคคลภายนอก แก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยเพิ่มโทษจำคุกจาก 2 ปี เป็น 5 ปี และเพิ่มโทษปรับจาก 2 เท่าของประโยชน์ที่ได้รับเป็น 2 เท่าของมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์

รวมทั้งให้ขาดคุณสมบัติจากการเป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นอกเหนือจากโทษปรับและจะต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาการกระทำความผิดและพิพากษาคดีแทนการลงโทษ โดยคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค