
พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ อดีตมหาวัดสัมพันธวงศ์
วันที่ 11 ต.ค. 2559 วัดสัมพันธวงศ์ คณะกรรมการจัดงาน ทายาทและกองอนุศาสนาจารย์ กองทัพบก จัดงาน 100 ปี
โดย...สมาน สุดโต
วันที่ 11 ต.ค. 2559 วัดสัมพันธวงศ์ คณะกรรมการจัดงาน ทายาทและกองอนุศาสนาจารย์ กองทัพบก จัดงาน 100 ปี ชาตกาล พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ อดีตนักเทศน์วัดสัมพันธวงศ์ และอดีตอธิบดีกรมการศาสนา
พระพรหมเมธี (จำนงค์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ (วัดเกาะ) กรรมการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า คุณูปการของ พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ ที่มีต่อพระศาสนา พุทธศาสนิกชน และวัดสัมพันธวงศ์ นั้นมาก ผู้เกิดร่วมสมัยย่อมรับรู้ได้ดี ทางวัดและคณะกรรมการพร้อมทายาทจึงจัดงานนี้ขึ้น
งาน 100 ปี ชาตกาล พ.อ.ปิ่น นอกจากการบำเพ็ญกุศลแล้ว จัดให้มีเสวนาเรื่องมุมสว่าง ทางสงบ ครบ 100 ปี พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ วันเดียวกันในเวลาบ่าย ณ พระอุโบสถวัดสัมพันธวงศ์
พ.อ.ปิ่น เกิดเมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2459 ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2515 สิริอายุ 55 ปี 5 เดือน 25 วัน
ถิ่นฐานบ้านเกิดคือบ้านคำพระ ต.คำพระ อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี บวชเป็นสามเณรที่วัดสุทัศนาราม อุบลราชธานี เรียนเก่งสอบได้นักธรรมทุกชั้นในสามปี พระอาจารย์ผู้สอนเห็นอนาคตจึงนำไปฝากกับอดีตพระเทพปัญญามุนี เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ต่อมาอุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2479 ฉายาว่า “วิริยากโร” สอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค ในปี 2485
พ.อ.ปิ่น หัดเทศน์ตั้งแต่เป็นสามเณร โดยทดลองเทศน์ปากเปล่าปรากฏว่าถูกใจญาติโยมที่ถือศีลอุโบสถ เมื่ออุปสมบทชื่อมหาปิ่นกลายเป็นนักเทศน์ชื่อดังแห่งวัดสัมพันธวงศาราม
ขณะที่ครองสมณเพศมีศิษย์จาก จ.ระยอง มาพักอาศัยเพื่อเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนหนึ่ง ต่อมาศิษย์คนนี้ติดตามไปรับราชการในกรมกองต่างๆ และได้เป็นอธิบดีกรมการศาสนาด้วย ท่านผู้นี้คือ ร.อ.อดุลย์ รัตตานนท์ (อายุ 88 ปี) จึงเป็นวัดเดียวในไทยก็ว่าได้ ที่มีศิษย์ได้ดีเป็นอธิบดีกรมการศาสนาถึง 2 คน
พระมหาปิ่น ลาสิกขาเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2487 ไปประกอบอาชีพอิสระพักหนึ่ง ต่อมาสอบเข้าทำงานในตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก ได้สมรสกับ จรัสศรี ประภัสสร มีบุตรธิดา 2 คน คือ จันทิมา มุทุกันต์ (รับราชการตำแหน่งสุดท้ายรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์) และภาณุพงศ์ มุทุกันต์ (ถึงแก่กรรม)
รับราชการกองทัพบก ติดยศพันเอก มีชื่อเสียงโด่งดัง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี จึงให้ย้ายมาอยู่กรมการศาสนา และได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดี เมื่อเดือน ต.ค. 2506 ตลอดชีวิตได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อพระพุทธศาสนา และได้สร้างผลงานไว้มากมาย ดังที่กล่าวแล้วว่าเป็นนักเทศน์ สร้างชื่อเสียงให้วัด เป็นอนุศาสนาจารย์ หรืออธิบดี ก็มีผลงานเหลือคณานับ
เมื่อเป็นอนุศาสนาจารย์กองทัพบก ปรับปรุงงานและการบรรยายธรรมจนบทบาทและชื่อเสียงของกองอนุศาสนาจารย์กรมยุทธศึกษาทหารบกเป็นที่รู้จัก รวมทั้งริเริ่มเปิดสอนพุทธศาสตร์ทางสถานีวิทยุ เพื่อฉลอง 25 พุทธศตวรรษ รับนักศึกษาจำกัดเพียง 2,500 คน แต่มีผู้สมัครเกินมากมาย
พ.อ.ปิ่น เขียนคำนำในหนังสือคำบรรยายพุทธศาสตร์ว่า น่าจะบันทึกไว้ด้วยว่า นักศึกษาพุทธศาสตร์ รุ่นฉลอง 25 ศตวรรษ ประกอบด้วยบุคคลทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพและทุกชั้น ในฝ่ายคฤหัสถ์ตั้งแต่กรรมกร แม่ค้าหาบเร่ แผงลอย จนถึงชนชั้นนักบริหารบ้านเมือง มีทั้งคนไทย คนจีน ผู้ที่นับถือคริสต์และอิสลาม ทุกจังหวัด จนถึงต่างประเทศ ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา
วิธีการสอนคือบรรยายเป็นตอนๆ รวม 45 ตอน ตอนละ 25 หน้า ส่งให้ผู้ร่วมโครงการอาทิตย์ละตอน สำหรับให้ประกอบฟังบรรยายทางวิทยุ เริ่มวันพุธที่ 24 พ.ค. 2499 สิ้นสุดวันที่ 27 มี.ค. 2500
พ.อ.ปิ่น รับราชการในกรมการศาสนาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติมากมาย น่าเสียดายที่ท่านมีเวลาน้อยเหลือเกิน ทำงานในกรมการศาสนาได้เพียง 7 ปีเศษ ก็ต้องพ่ายแพ้แก่โรคภัยไข้เจ็บ และถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2515
วันที่ 11 ต.ค.นี้ครบ 100 ปี ชาตกาล น่าจะไปศึกษางานที่ทำไว้ อาจได้แรงบันดาลใจ เพราะถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ลืม







