
‘ค่าบริการ’ ต้องเหมาะสมและเป็นธรรม
จากกรณีการเรียกเก็บค่าเซอร์วิสชาร์จ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เตรียมเชิญทุกฝ่ายหารือ
โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์
จากกรณีการเรียกเก็บค่าเซอร์วิสชาร์จ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เตรียมเชิญทุกฝ่ายหารือเพื่อหาความชัดเจนเรื่องเซอร์วิสชาร์จในสัปดาห์หน้า ยันไม่แสดงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการบริการให้ชัดเจน ถือว่าผิดกฎหมาย
พิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า การเก็บค่าเซอร์วิสชาร์จตามหลักกฎหมายไม่ได้มีการระบุโดยตรง มีเพียงแต่ในประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ที่กำหนดว่าค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ทางร้านเรียกเก็บจะต้องแสดงให้ผู้บริโภคเห็นเด่นชัด ดังนั้นถ้าไม่มีการแจ้งแสดงราคาเก็บเซอร์วิสชาร์จที่ชัดเจนถือว่าผิดกฎหมาย และการที่ทางร้านจะมาเรียกเก็บสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็คงไม่ได้ ซึ่งทางผู้บริโภคก็มีสิทธิปฏิเสธที่จะไม่จ่าย
นอกจากนี้ จากที่ลงสำรวจร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าย่านแจ้งวัฒนะ 32 ร้าน พบว่า มีการเรียกเก็บค่าเซอร์วิสชาร์จ 10% จำนวน 13 ร้าน ส่วน 19 ร้านที่เหลือไม่มีการเรียกเก็บแต่อย่างใด ซึ่งการเก็บค่าเซอร์วิสชาร์จที่พบ บางร้านแสดงข้อความอักษรตัวเล็กอยู่จุดเดียวช่วงท้ายของเมนู ฉะนั้นเพื่อความชัดเจนในเรื่องนี้ภายในสัปดาห์หน้า สคบ.จะนำข้อมูลที่สำรวจได้เข้าหารือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กรมสรรพากร ตัวแทนผู้ให้บริการ และผู้บริโภค เพื่อชี้แจงถึงรายละเอียดการเก็บค่าเซอร์วิสชาร์จ และบริการต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าจะมีความชัดเจนว่าจะดำเนินการทิศทางในเรื่องนี้อย่างไรต่อไป
“เซอร์วิสชาร์จมีในเมืองไทยนานแล้ว รวมถึงต่างประเทศซึ่งก็ไม่ได้มีกฎหมายกำหนดเช่นกัน เพราะการให้เซอร์วิสชาร์จเป็นเรื่องของประเพณีที่ปฏิบัติกันมา เช่น เราไปนั่งรถเที่ยวที่ยุโรป ก็ควรให้ทิปกับพนักงานคนดังกล่าว ซึ่งถือว่ามีราคาสูง แต่ถ้าเทียบกับคนไทยนำมาใช้เพราะเราเป็นสังคมเอื้ออาทร และยังคงมีความเหลื่อมล้ำสูง ฉะนั้นผู้บริโภคก็ให้เพราะความพอใจ ก็ไม่น่าเป็นปัญหา แต่ถ้าการให้แล้วได้รับบริการที่ไม่มีความพิเศษ ตรงนี้ก็รู้สึกว่ากระทบสิทธิด้านความเป็นธรรม ฉะนั้นการพูดคุยสัปดาห์หน้า เพื่อต้องการให้มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในเรื่องนี้” พิฆเนศ ระบุ
ด้าน สมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้สั่งการให้กรมไปหารือกับสมาคมภัตตาคารไทย เพื่อขอความร่วมมือสมาชิกที่เป็นร้านอาหารทั้งหมดติดป้ายแสดงค่าธรรมเนียมการให้บริการทั้งเซอร์วิสชาร์จ และภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ไว้ในเมนูอาหาร หน้าเคาน์เตอร์ หรือหน้าร้าน ที่ประชาชนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในการรับบริการของร้านอาหารเหล่านั้น ซึ่งหากร้านอาหารใดไม่แสดงค่าธรรมเนียมเซอร์วิสชาร์จไว้ในเมนูอาหาร แต่มีการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าว ประชาชนสามารถร้องเรียนเข้ามาได้ที่สายด่วน 1569 โดยกรมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ หากพบว่าผิดจริงจะมีโทษปรับ 1 หมื่นบาท ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542
“เรื่องเซอร์วิสชาร์จไม่มีกฎหมายกลางที่ชัดเจนในการดูแลเรื่องนี้ แต่สามารถใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเข้ามาดูแลให้ได้ เพราะกฎหมายจะดูแลในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคาอาหาร ซึ่งจะขอความร่วมมือให้เพิ่มในเรื่องเซอร์วิสชาร์จที่กำลังถูกร้องเรียนเข้าไปด้วย โดยควรใส่ไว้ในเมนูอาหาร หรือจะแสดงที่เคาน์เตอร์หรือป้ายหน้าร้านก็ได้ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเห็นชัดเจน โดยตามปกติร้านอาหารใหญ่ๆ จะมีบอกเรื่องเซอร์วิสชาร์จไว้ในเมนูอาหารอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะมีบางร้านที่ไม่ได้ใส่ไว้แต่เรียกเก็บ ตรงนี้ให้แจ้งมาที่ 1569 กรมจะเข้าไปดูแลให้” สมศักดิ์ กล่าว
อีกกรณีในเรื่องของเซอร์วิสชาร์จที่ถูกร้องเรียนเข้ามามาก คือ มีการเรียกเก็บในอัตราที่สูงเกินไป เช่น บางร้านเก็บเซอร์วิสชาร์จ 15-20% ของมูลค่าที่ใช้บริการ ในส่วนนี้ประชาชนก็สามารถร้องเรียนมาที่ 1569 หากพบว่ามีการเรียกเก็บที่สูงเกินสมควร จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 29 ถือเป็นการฉวยโอกาสขายสินค้าที่สูงเกินสมควร มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวย้ำว่า การที่ผู้ประกอบการจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเซอร์วิสชาร์จถือว่าทำได้ เนื่องจากเป็นรายได้ประจำให้กับพนักงานที่ให้บริการ แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องเรียกเก็บในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้บริโภค ซึ่งอัตราที่เหมาะสมเป็นที่ยอมรับในสากลและทั่วโลก คือไม่เกิน 10% ซึ่งเป็นอัตราที่ผู้บริโภคทั่วไปยอมรับได้ ถ้าเกินกว่านั้นผู้บริโภคสามารถร้องเรียนเข้ามาที่กรมการค้าภายในได้







