posttoday
แบงก์หืดจับ ปล่อยสินเชื่อโค้งสุดท้าย

แบงก์หืดจับ ปล่อยสินเชื่อโค้งสุดท้าย

30 กันยายน 2559

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี สินเชื่อทั้งระบบของธนาคารพาณิชย์ยังมีสัญญาณเติบโตแบบแผ่วๆ ตามธรรมชาติ ไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อ ไม่เหมือนไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ที่มีทั้งมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากการท่องเที่ยว และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและเปราะบาง ทำให้ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังการปล่อยกู้ แม้จะมีความต้องการสินเชื่ออยู่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ในช่วง 8 เดือนแรก ภาพรวมสินเชื่อทั้งระบบเติบโตชะลอเหลือ 1.85% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหดตัวลบ 0.43% จากสิ้นปีที่แล้ว โดยธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 แห่ง สินเชื่อโตต่ำเพียง 1-2% โดยธนาคารกรุงไทย สินเชื่อหดตัวถึง 6.77% เนื่องจากมีสัดส่วนลูกค้าภาครัฐมากที่สุด ได้รับผลกระทบจากการคืนหนี้จำนวนมาก

เดชา ตุลานันท์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ ยอมรับว่า 8 เดือนแรกสินเชื่อยังไม่ถึงเป้า แต่เชื่อว่าช่วงที่เหลือของปีสินเชื่อจะเติบโตได้ 3-5% เพราะมีสินเชื่อรายใหญ่รอเบิกอยู่จำนวนมาก และสินเชื่อกลุ่มก่อสร้าง-รับเหมา ที่น่าจะเติบโตได้จากอานิสงส์การลงทุนภาครัฐ

สอดคล้องกับ บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย ที่ยังคาดหวังว่า ในโค้งสุดท้ายของปีจะขยายสินเชื่อให้เติบโต 6% หลังจากครึ่งปีแรกเติบโตเพียง 2% เพราะเห็นสัญญาณการส่งออกเดือน ส.ค. ขยายตัวสูงถึง 6.5% และยังมีการลงทุนภาครัฐขับเคลื่อนอีก

อย่างไรก็ดี โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ที่เป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสินเชื่อ กลับไม่เห็นผลต่อกิจกรรมการลงทุนมากนักในปีนี้ แม้ว่าโครงการเกือบทั้งหมดมีความชัดเจนในหลักการ แต่ยังไม่นำไปสู่การลงทุนจริง เพื่อให้เอกชนมีส่วนร่วมขยายลงทุนตาม

นอกจากนี้ การค้าโลกที่ซบเซา ทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีกำลังการผลิตที่ยังอยู่ระดับต่ำ ไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มขยายกิจการ เป็นเหตุผลที่การลงทุนภาคเอกชนปีนี้ชะลอหนักกว่าคาด จนศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ปรับประมาณการลงทุนภาคเอกชนลดลงจาก 2.3% เป็น 1.3% ในปีนี้

ฉะนั้น ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จึงกลายเป็นความท้าทายของธนาคารพาณิชย์ ที่จะเร่งผลักดันสินเชื่อให้ได้ตามเป้า จากการไร้แรงส่งจากมาตรการ  ถูกแรงกดดันจากการชำระคืนสินเชื่อภาครัฐ และยังต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเพื่อควบคุมคุณภาพหนี้อีกด้วย

ปัจจัยฤดูการจับจ่ายใช้สอยก่อนสิ้นปี คงเป็นปัจจัยเดียวที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้สินเชื่อมีโอกาสเติบโตในระดับเดียวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่สินเชื่อรวมทั้งระบบในปีนี้ จะเติบโตในกรอบล่างของประมาณการ 3-5% หรือเติบโตราว 3% เท่านั้น ต่ำกว่า 3.95% ณ สิ้นปี 2558 ซึ่งเป็นเพราะสินเชื่อรายใหญ่ที่ชะลอตัวบางช่วงติดลบด้วยซ้ำ

สำหรับไตรมาสสุดท้าย เป็นไตรมาสที่ปล่อยสินเชื่อมากที่สุดของปี จากการจับจ่ายใช้สอยรับปีใหม่ ยอดสินเชื่อบัตรเครดิตจะกลับมาเติบโตสูงทั้งจากการช็อปปิ้ง ซื้อประกันและกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี เช่นเดียวกับสินเชื่อบุคคลมีการแข่งขันออกแคมเปญกระตุ้นคึกคัก

ส่วนสินเชื่อบ้านปีนี้เติบโตดี จากปัจจัยพิเศษมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ลดค่าโอนและจดจำนอง ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ทำให้สินเชื่อบ้านช่วงครึ่งปีหลัง น่าจะเติบโตน้อยกว่าครึ่งปีแรก

“การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ไม่ได้ให้น้ำหนักเยอะ เพราะเข้าใจขั้นตอนภาครัฐกว่าจะเริ่มลงทุนและส่งผลถึงความต้องการสินเชื่อนั้นใช้เวลา อาจจะไปเห็นผลในปีหน้า ส่วนปีนี้โครงการภาครัฐที่ให้น้ำหนักจะมาจากงบประมาณหลักของรัฐบาลมากกว่า” ธัญญลักษณ์ กล่าว

นอกเหนือจากปัจจัยสนับสนุนที่ขาดหายไปในช่วงไตรมาสสุดท้ายแล้ว ประเด็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก็ไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย ธนาคารพาณิชย์ยังระมัดระวัง ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มลูกค้ารายย่อย และลูกค้าเอสเอ็มอี ซึ่งอ่อนไหวกับภาวะเศรษฐกิจ

อัตราส่วนเอ็นพีแอล ยังมีแนวโน้มขาขึ้นสูงสุด (พีก) ไปจนถึงสิ้นปีนี้ และอาจเลยไปถึงไตรมาสแรกปี 2560 ด้วยซ้ำ หากเศรษฐกิจและกำลังซื้อยังฟื้นตัวช้าอย่างในปัจจุบัน ตามธรรมชาติของเอ็นพีแอล ที่จะปรับขึ้นต่อเนื่องหลังเศรษฐกิจถึงจุดต่ำสุดไปอีก 12-18 เดือน

อย่างไรก็ดี ทิศทางเอ็นพีแอลที่เป็นขาขึ้น พบว่า เป็นกลุ่มลูกค้าที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้วกลับมาเป็นเอ็นพีแอลใหม่ (รี-เอ็นทรี) มากขึ้น แต่สำหรับเอ็นพีแอลเกิดใหม่เริ่มน้อยลง เป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งชี้ว่า เอ็นพีแอลอาจจะดีขึ้นในไม่ช้า และปัจจัยกังวลต่อการปล่อยสินเชื่อจะลดน้อยลง

แม้เอ็นพีแอลจะเป็นปัจจัยที่สินเชื่อเติบโตช้า ทว่าปัจจัยที่แท้จริงที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อ คือ ภาวะเศรษฐกิจ แรงกระตุ้นจากภาครัฐ และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภค เป็น 3 ส่วนสำคัญ ที่ต้องยอมรับว่า เห็นสัญญาณดีขึ้นบ้างแล้ว เหลือเพียงรอความชัดเจน

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) มองว่า ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนเริ่มดีขึ้น หลังจากผลการลงประชามติ “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งในปีหน้า ปัจจัยการเมืองที่มีความชัดเจนขึ้นส่งผลในทางบวก ที่น่าจะทำให้การลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวขึ้นในปีหน้า สอดคล้องกับศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่มองว่าการลงทุนภาคเอกชนในปีหน้าจะขยายตัวเพิ่มเป็น 2% จากปีนี้ที่เพิ่งปรับลดอัตราลงทุนภาคเอกชนลงจาก 2.3% เหลือ 1.3%

ดูจากแนวโน้มไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ที่ไม่มีปัจจัยกระตุ้น ทำให้ปีนี้คงไม่ใช่ปีที่สดใสของธนาคารพาณิชย์ในการขยายสินเชื่ออีกปีหนึ่ง และยังฝากความหวังใหม่ต่อไปในปีหน้า ที่คาดหวังว่า การลงทุนภาครัฐจะเริ่มเดินเครื่องจริง ทำให้ภาคเอกชนลงทุนตาม สร้างงานสร้างรายได้ ก่อให้เกิดกิจกรรมให้เศรษฐกิจหมุนเวียน ที่จะทำให้สินเชื่อธนาคารพาณิชย์กลับมาเติบโตได้ถึง 1.5 เท่าของจีดีพีอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI