posttoday
ดีลโอเปกดันน้ำมันบวกสั้น

ดีลโอเปกดันน้ำมันบวกสั้น

30 กันยายน 2559

โกลด์แมน แซคส์ ชี้ข้อตกลงลดผลิตหนุนน้ำมันเพิ่ม 7-10 เหรียญสหรัฐ แต่ปริมาณยังล้น จับตาประชุมใหญ่เดือน พ.ย.

โกลด์แมน แซคส์ ชี้ข้อตกลงลดผลิตหนุนน้ำมันเพิ่ม 7-10 เหรียญสหรัฐ แต่ปริมาณยังล้น จับตาประชุมใหญ่เดือน พ.ย.

โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 มีแนวโน้มหนุนให้ราคาน้ำมันในระยะสั้นปรับตัวขึ้นราว 7-10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่คาดว่าปริมาณน้ำมันจะยังคงล้นตลาดอยู่

ทั้งนี้ แผนลดกำลังผลิตลงมาอยู่ที่ 32.5-33 ล้านบาร์เรล/วัน จะช่วยให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในระยะสั้น ขณะที่คงคาดการณ์ราคาน้ำมันสำหรับปีนี้ไว้ที่ 43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และสำหรับปี 2017 ที่ 53 เหรียญสหรัฐ เพราะความไม่แน่นอนจะยังเกิดขึ้นในตลาดน้ำมัน โดยปริมาณการผลิตยังคงล้นตลาด แม้ว่าจะมีการอนุมัติข้อตกลงลดการผลิตในการประชุมโอเปกอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ย.นี้ก็ตาม

ดาเมียน คูร์วาลิน และเจฟฟรีย์ เคอร์รี นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ กล่าวว่า หากกลุ่มโอเปกลดการผลิตอย่างเข้มงวดในครึ่งแรกของปี 2017 อาจหนุนให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 7-10 เหรียญสหรัฐ

โกลด์แมน แซคส์ เสริมว่า กำลังผลิตน้ำมันของโอเปกคิดเป็น 40% ของปริมาณน้ำมันโลก การร่วมมือลดการผลิต จะมีผลต่อปริมาณและความต้องการน้ำมันทั่วโลกในทันที แต่ที่ผ่านมาการดำเนินการใดของกลุ่มไม่ได้เกิดขึ้นง่ายนัก ขณะนี้สมาชิกโอเปกยังต้องตกลงกันว่าประเทศใดจะลดการผลิตลงเท่าไรในการประชุมวันที่ 30 พ.ย.

ทั้งนี้ โอเปกยังไม่เปิดเผยรายละเอียดโควตาการผลิตน้ำมันของแต่ละประเทศสมาชิก ซึ่ง เอ็ด มอร์ส นักวิเคราะห์จากซิตี้กรุ๊ป มองว่า จะเป็นตัวจุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหญ่ในอนาคต คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 40-50 เหรียญสหรัฐ จนถึงช่วงสิ้นปีนี้ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อาจปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2017

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ขึ้นสู่ระดับ 48.71 เหรียญสหรัฐ ระหว่างการซื้อขายเมื่อวันที่ 29 ก.ย. จากพุ่งขึ้น 5.9% แตะที่ 48.69 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. หลังโอเปกเสร็จสิ้นการประชุม ขณะที่
น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (ดับเบิ้ลยูทีไอ) ปรับขึ้นแตะ 47.15 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หลังเพิ่มขึ้น 5.3% ในการซื้อขายก่อนหน้านี้

นายนพดล ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ​ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ตอนนี้ยังคงต้องรอดูประมาณ 2-3 เดือนว่าสิ่งที่โอเปกประกาศไปทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่ากลุ่มโอเปกยังมีความเป็นเอกภาพมีบทบาทกำหนดทิศทางราคาน้ำมันได้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ถ้ากลุ่มโอเปกลดกำลังการผลิตไปที่ระดับ 33 ล้านบาร์เรล/วัน อาจไม่มีผลต่อมุมมองราคาน้ำมันดิบดูไบที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่เฉลี่ย 48 เหรียญสหรัฐ ในปี 2560 แต่ถ้าสู่ระดับ 32.5 ล้านบาร์เรลได้ น่าจะขึ้นไปยืนอยู่ได้ที่เฉลี่ย 50 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีนี้เฉลี่ยราว 40.5 เหรียญสหรัฐ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ข้อตกลงนี้ถือเป็นการปรับลดปริมาณการผลิตครั้งแรกในรอบ 8 ปี ของกลุ่มโอเปก แต่ยังต้องรอผลการประชุมในเดือน พ.ย. ซึ่งอาจมีบางประเทศได้รับการยกเว้นไม่ต้องปรับลดปริมาณการผลิตโดยเฉพาะอิหร่าน อย่างไรก็ดี ในระยะกลางต้องจับตาปัจจัยที่ยังกดดันราคาน้ำมันดิบ เช่น แนวโน้มการกลับมาเพิ่มปริมาณการผลิตของผู้ผลิตเชล ในสหรัฐ และท่าทีของรัสเซีย  ส่วนราคาน้ำมันดิบในปีหน้าจะยังมีความผันผวน แต่มีแนวโน้มค่อยๆ ฟื้นตัว ราคาน้ำมันดิบเบรนต์จะอยู่ที่ 52-55 เหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา