
ของฝากจากมองโกเลีย (9)
โดย...นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
โดย...นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
กฎหมายว่าด้วยการปกครองตนเองในภูมิภาคชนชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังมีเนื้อหาน่าสนใจต่อไปอีก
ในหมวดที่ 4 ว่าด้วย ศาลประชาชน และกรมอัยการประชาชนในท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติ มีบทบัญญัติตราไว้ ดังนี้
มาตรา 47 “ศาลประชาชนและกรมอัยการประชาชนในท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติ พึงควรใช้ภาษาที่ใช้ทั่วไปในท้องถิ่นมาดำเนินการสอบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดี และจัดหาบุคคลทำงานที่รู้ภาษาและอักษรชนชาติส่วนน้อยของท้องถิ่นนั้นอย่างชอบด้วยเหตุผล สำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีแต่ไม่รู้ภาษาและอักษรที่ใช้ทั่วไปของท้องถิ่นนั้นๆ พึงควรหาล่ามให้พวกเขา เอกสารทางกฎหมาย พึงควรใช้ภาษาเขียนชนิดหนึ่งหรือหลายชนิดที่ใช้ทั่วไปของท้องถิ่นนั้น ประกันให้พลเมืองชนชาติต่างๆ ล้วนแล้วมีสิทธิในการใช้ภาษาและอักษรของชนชาติตนเองในการดำเนินการขึ้นศาล”
หมวดที่ 5 ว่าด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างชนชาติในท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติ มีบทบัญญัติ บางมาตรา ดังนี้
มาตรา 49 “องค์การปกครองตนเองในท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติ ต้องอบรมสั่งสอนและส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานของชนชาติต่างๆ ร่ำเรียนภาษาและอักษรของแต่ละฝ่ายซึ่งกันและกัน ผู้ปฏิบัติงานชนชาติฮั่นต้องร่ำเรียนภาษาอักษรชนชาติส่วนน้อยในท้องถิ่นนั้น สำหรับผู้ปฏิบัติงานชนชาติส่วนน้อย ในขณะเดียวกันที่ร่ำเรียน ใช้ภาษาอักษรของชนชาติตนเองนั้น ก็ต้องร่ำเรียนภาษากลางและอักษรมาตรฐานที่ใช้กันในทั่วประเทศ
ผู้ปฏิบัติงานแห่งรัฐในท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติที่สามารถใช้ภาษาอักษรที่ใช้กันในท้องถิ่นนั้น 2 ภาษา ขึ้นไปอย่างเชี่ยวชาญนั้น พึงควรปูนบำเหน็จให้รางวัล”
มาตรา 50 “องค์การปกครองตนเองในท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติ จะช่วยเหลือชนชาติส่วนน้อยอื่นๆ ที่ตั้งถิ่นฐานเป็นกลุ่มก้อนในท้องถิ่น จัดตั้งท้องถิ่นปกครองตนเองหรือตำบลชนชาติ”
มาตรา 51 “ในการจัดการปัญหาพิเศษที่เกี่ยวเนื่องกับชนชาติต่างๆ ในท้องถิ่น องค์การปกครองตนเองในท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติจักต้องปรึกษาหารืออย่างเต็มที่กับตัวแทนของพวกเขา เคารพความเห็นของพวกเขา”
หมวดที่ 6 ว่าด้วยภาระหน้าที่ขององค์การแห่งรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยเหนือ มีบทบัญญัติบางมาตรา ดังนี้
มาตรา 55 “รัฐกำหนดนโยบายให้สิทธิพิเศษ ชักนำและส่งเสริมให้เงินทุนจากภายในประเทศและภายนอกประเทศไปลงทุนที่ท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติ
องค์การแห่งรัฐซึ่งเป็นหน่วยเหนือ เมื่อจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมประชาชาติ พึงควรดูแลอุปถัมภ์ต่อความต้องการและลักษณะพิเศษของท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติ”
มาตรา 59 “รัฐจัดตั้งเงินทุนเฉพาะกิจในรายการต่างๆ อุปถัมภ์ค้ำชูให้ท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติ พัฒนากิจการสร้างสรรค์เศรษฐกิจวัฒนธรรม”
มาตรา 61 “รัฐกำหนดนโยบายให้สิทธิพิเศษ อุปถัมภ์ให้ท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติพัฒนาเศรษฐกิจการค้าต่างประเทศ ขยายสิทธิตัดสินใจด้วยตนเองของท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติในการประกอบกิจการการค้าต่างประเทศ กระตุ้นส่งเสริมให้ส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ได้เปรียบของท้องถิ่น ปฏิบัตินโยบายการค้าชายแดนที่ให้สิทธิพิเศษ”
มาตรา 71 “รัฐจะเพิ่มการลงทุนต่อการศึกษาในท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติและใช้มาตรการพิเศษช่วยเหลือท้องถิ่นปกครองตนเองของชนชาติ เร่งรัดดำเนินการศึกษาระบบภาคบังคับ 9 ปี ให้แพร่หลาย และพัฒนากิจการศึกษาอื่นๆ ยกระดับด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรมของชนชาติต่างๆ ให้สูงขึ้น
รัฐจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาของชนชาติ ตั้งชั้นเรียนสำหรับชนชาติ แผนกชั้นเตรียมสำหรับชนชาติในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อรับนักศึกษาชนชาติส่วนน้อยโดยเฉพาะหรือเป็นส่วนใหญ่
และสามารถใช้วิธีการรับนักศึกษาโดยกำหนดเป้าหมายเฉพาะ และจัดหางานให้นักศึกษาที่เรียนจบโดยกำหนดทิศทางเฉพาะ เมื่อสถาบันอุดมศึกษาและโรงเรียนอาชีวศึกษาระดับกลางรับนักศึกษา นักเรียน ควรผ่อนผันมาตรฐานและเงื่อนไขพอสมควรต่อผู้สมัครสอบจะเข้าเรียนที่เป็นชนชาติส่วนน้อยที่มีประชากรน้อยเป็นพิเศษ รัฐบาล ประชาชนและโรงเรียนระดับต่างๆ พึงควรใช้มาตรการต่างๆ นานา ดำเนินการช่วยเหลือนักศึกษา นักเรียนชนชาติส่วนน้อยที่ครอบครัวอัตคัดการเงิน เพื่อให้พวกเขาสามารถสำเร็จการเรียน”
จะเห็นได้ว่า จีนให้ความสำคัญกับการจัดการเรื่องชนชาติกลุ่มน้อยมาก โดยเน้นสิ่งที่ประเทศไทยมีความพยายามพัฒนามาต่อเนื่องคือ การสร้างสิ่งที่เรียกว่า “หลักนิติธรรม” (Rule of Law) ตามแบบอังกฤษ หรือ “นิติรัฐ” (Legal State) ตามแบบยุโรป หรือ “กระบวนการยุติธรรมที่ดี” (Due Process of Law) ตามแบบสหรัฐอเมริกา โดยการตราไว้อย่างชัดเจนและมีเนื้อหาครอบคลุมกว้างขวางในรัฐธรรมนูญ รวมทั้งมีกฎหมายเฉพาะ กำหนดรายละเอียดเพื่อให้องค์กร หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการเพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญตามที่เขียนไว้ในคำปรารภของรัฐธรรมนูญ คือ การสร้างสรรค์ให้ “สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐเอกภาพของหลายชนชาติ ซึ่งร่วมกันสถาปนาโดยประชาชนชนชาติต่างๆ รัฐจะพยายามอย่างสุดความสามารถ ส่งเสริมให้คนชาติต่างๆ ในทั่วประเทศเจริญรุ่งเรืองด้วยกัน” อย่างแท้จริง







