
เอกชนแห่ใช้นักวิจัย
วิทย์ดันโครงการ Talent Mobility มีนักวิจัยทำงานกับบริษัท 200 คน เผยเอกชนต้องการนักวิจัยสูงถึง 1,000 แห่ง
วิทย์ดันโครงการ Talent Mobility มีนักวิจัยทำงานกับบริษัท 200 คน เผยเอกชนต้องการนักวิจัยสูงถึง 1,000 แห่ง
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยในงาน Talent Mobility Fair 2016 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ว่า ผลการจัดผลักดันโครงการ Talent Mobility ที่เปิดให้นักวิจัยไทยไปทำงานกับภาคเอกชน มีนักวิจัยในมหาวิทยาลัยและในหน่วยงานภาครัฐ ไปทำงานกับภาคเอกชนมากกว่า 200 คนแล้ว และขณะนี้มีเอกชนไทยสนใจเข้ามารับการส่งเสริมนักวิจัยไปทำงานมากกว่า 1,000 บริษัท ซึ่งจะต้องมีการจับคู่ความต้องการ (แมตชิ่ง) ของภาคเอกชนกับนักวิจัยให้ตรงกัน
ขณะเดียวกัน กระทรวงมีแผนจัดโครงการ Talent Mobility ที่จะเชื่อมโยงกับนักวิจัยในภูมิภาคอาเซียนเพื่อเข้ามาทำงานในไทย พร้อมกับมีการส่งเสริมด้านทุนการศึกษาด้วย เชื่อมั่นว่า จะยกระดับงานวิจัยในภูมิภาคนี้และผลักดันการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 อีกทั้งจะทำให้การผลิตงานวิจัยต่างๆ ตรงกับความต้องการของภาคเอกชนมากที่สุด และทำให้เกิดการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่
สำหรับเอกชนไทยที่ร่วมโครงการ Talent Mobility จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรมากที่สุด อีกทั้งกระทรวงยังมีมาตรการที่ส่งเสริมภาคเอกชนไทย ลงทุนวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) เพื่อสร้างนวัตกรรมทั้งมาตรการคืนภาษี 300% จัดทำคูปองนวัตกรรมโดยมั่นใจว่าจะทำให้ไทยมีการลงทุนอาร์แอนด์ดี มีสัดส่วน 1% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (อาร์แอนด์ดี) ภายในปี 2560 จากปัจจุบันสัดส่วน 0.8% ของจีดีพี และอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีสัดส่วนเป็น 2% ของจีดีพี
นายขัติยา ไกรกาญจน์ ประธานบริหารสถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เอกชนโดยเฉพาะเอสเอ็มอี มีการลงทุนอาร์แอนด์ดีในระดับน้อย เพราะมีบุคลากรไม่พอ และต้องใช้เงินทุน ส่วนเอกชนใน ส.อ.ท.ที่เข้ามาร่วมโครงการ Talent Mobility จำนวนมาก แต่ยังจับคู่แมตชิ่งกับนักวิจัยได้ไม่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม โดย ส.อ.ท.จะผลักดันให้เอกชนร่วมโครงการTalent Mobility มากขึ้น มั่นใจจะทำให้มีการลงทุนสูงขึ้น
น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รองเลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอมีศูนย์ให้บริการครบวงจร (วันสต็อปเซอร์วิส) ให้แก่เอกชนที่จะดึงนักวิจัยจากต่างประเทศเข้ามาทำงานในไทย ส่วนเอกชนที่ไม่ได้รับสิทธิบีโอไอต้องติดต่อที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะปรับแนวทางอย่างไรให้เอกชนได้รับความสะดวกที่สุด รวมทั้งปรับระบบออนไลน์เพื่อทำให้คนทำงานต่างชาติได้รับความสะดวก เช่น รายงานตัวเองผ่านออนไลน์ได้







