posttoday
40 ปีกับ Index Fund

40 ปีกับ Index Fund

27 กันยายน 2559

โดย...กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ

โดย...กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ

ไม่บ่อยมากนักที่จะเห็นกองทุน Index Fund สามารถทำผลตอบแทนขึ้นมาติดอันดับสูงสุด 20 อันดับแรกกันเกือบทุกกองทุน (หมายเหตุ : อันดับผลตอบแทนกองทุนหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือน ส.ค. 2016) ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาส่วนใหญ่แล้วนั้นกองทุน Index Fund มักจะทำผลตอบแทนได้อยู่ในระดับค่าเฉลี่ยเป็นส่วนใหญ่ก่อนจะไปถึงเหตุผลรวมถึงความคิดเห็นที่มีต่อกองทุนประเภท Index Fund หรือ Passive Fund นั้น ผมอยากจะเล่าเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปให้ทราบกันก่อนครับ ซึ่งหากสังเกตจากหัวข้อเรื่องในวันนี้คงเดาได้ไม่ยากว่ากองทุน Index Fund นั้นมีขึ้นครั้งแรกในโลกเมื่อ 40 ปีที่แล้ว (1976) โดย คุณ John Bogle ผู้ก่อตั้ง Vanguard Group ซึ่งปัจจุบันคือหนึ่งในบลจ.ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีทรัพย์สินภายใต้การบริหารกว่า 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในช่วงแรกของการออกกองทุน Index Fund นั้น ก็ต้องยอมรับว่ามีอุปสรรคอยู่มากพอสมควร และไม่ค่อยได้รับความนิยมจากนักลงทุนเท่าไรนัก แถมยังโดนวิจารณ์อย่างหนักจากบรรดานักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนจากค่ายที่เป็น Active Fund อย่างมาก ซึ่งตลอดจนทุกวันนี้ 40 ปีผ่านมา การถกเถียงเรื่องระหว่างกองทุน Index Fund (Passive Fund) และ Active Fund นั้นก็ยังไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะในเรื่องของผลการดำเนินงาน

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยนั่นคือ ความนิยมที่มากขึ้นของกองทุนประเภทนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐอเมริกาที่เงินลงทุนกว่า 30% ในอุตสาหกรรมกองทุนรวมนั้นลงทุนใน IndexFund และหากมองเฉพาะในกองทุนรวมหุ้นนั้นเกือบ 40% ลงทุนในIndex Fund โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้ว 2015 ที่มีเงินไหลเข้ากองทุน Index Fund ในอเมริกามากถึง 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ที่มา : Morningstar Global Asset Flow 2015)

เหตุใดกองทุน Index Fund ถึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้มีอยู่ 3 เหตุผลหลักๆนั่นก็คือ

1.ค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่าย (Total Expense Ratio) ที่ถูกมาก โดยบางกองทุนเรียกเก็บเพียง 0.05% ต่อปี (Vanguard S&P 500 ETF)

2.ความสม่ำเสมอของผลตอบแทนและความเสี่ยงที่สามารถคาดหวังได้จากกองทุน ซึ่งนั่นก็คือ เท่าๆ กับดัชนีชี้วัด (Benchmark หรือ Index) ที่กองทุนกองนั้นทำการ Track อยู่นั่นเอง ซึ่งตรงนี้นักลงทุนไม่ต้องมาลุ้นว่าเราจะเลือกกองทุนที่มันทำผลตอบแทนได้ดีหรือแย่กว่าดัชนีชี้วัดหรือไม่นั่นเอง

3.ความที่กองทุน Index Fund นั้นมีนโยบายการลงทุนที่ผู้ลงทุนสามารถเข้าใจได้ง่าย และยังสามารถมองเห็นภาพพอร์ตการลงทุนของกองทุนได้อย่างชัดเจน

ในส่วนของความเสี่ยงของการลงทุนในกองทุน Index Fund นั้นก็มีอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องการปรับน้ำหนักการลงทุน ตัวอย่างเช่น ในช่วงที่ตลาดหุ้นตกในปี 2008 กองทุน Index Fund ก็ยังคงต้องลงทุนในหุ้นทั้งหมด ไม่สามารถทำการลดน้ำหนักเพื่อมาถือเงินสดได้เหมือนเช่นกองทุน Active Fund เนื่องจากต้องลงทุนตามนโยบายเพื่อ Track ดัชนีชี้วัดนั่นเอง ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนลงทุน

แต่ในทางกลับกัน ในช่วงที่หุ้นขึ้นอย่างเช่นตั้งแต่ต้นปี 2016 เป็นต้นมานี้ กองทุนหุ้นไทยที่ทำผลตอบแทนได้ติดอันดับ Top 20 นั้นกลับเป็นกองทุน Index Fund ซะส่วนใหญ่ นั่นเป็นเพราะกองทุน Index Fund นั้นได้ลงทุนในหุ้นเต็ม 100% ซึ่งต่างจากกองทุนหุ้นไทยแบบ Active Fund ที่เมื่อช่วงต้นปีนั้นเหล่าผู้จัดการกองทุนต่างลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยเหลือเฉลี่ยเพียง 90% เท่านั้น จึงเป็นผลให้เวลาหุ้นขึ้นกองทุนจึงไม่ได้รับผลตอบแทนแบบเต็มๆ นั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม กองทุน Index Fund ในบ้านเรานั้นก็ยังไม่ได้เป็นที่นิยมจากผู้ลงทุนมากเท่าไรนัก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะผู้ลงทุนยังขาดความรู้ความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการลงทุนของมันอย่างแท้จริงก็เป็นได้ หรืออาจจะรวมไปถึงความหลากหลายของกองทุน Index Fund ในบ้านเราที่ยังมีอยู่น้อยนั่นก็เป็นได้

แต่สุดท้ายจะลงทุนกองทุนประเภท Index Fund หรือ Active Fund นั้นก็ยังมีอีกหลายปัจจัย ทั้งความรู้ในการลงทุน ประสบการณ์ในการลงทุน ข้อมูลที่ใช้เปรียบเทียบ และอื่นๆ ซึ่งหากผู้ลงทุนท่านใดยังขาดความรู้และประสบการณ์ในการลงทุน รวมไปถึงการเลือกกองทุน Active Fund ที่ดีที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอนั้น การที่จะเลือกลงทุนใน Index Fund ที่มีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า แถมสามารถคาดการณ์ผลตอบแทนได้ดีกว่านั้น ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน