
มาตรา 44 กับการยึดทรัพย์
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
สองปีที่ผ่านมา นอกจากรัฐบาลลุงตู่จะต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำไปทั่วโลกแล้ว ยังต้องคอยแก้เกมของอำนาจเก่าที่คอยก่อกวนทำลายความน่าเชื่อถือ โดยความร่วมมือกับอีแร้งที่พยายามเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของบ้านเรา และคอยหาโอกาสกระหน่ำซ้ำเติม ชักชวนสมุนบริวารจากภายนอก กล่าวหาประเทศไทยว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย
แม้รัฐบาลทหาร คสช.จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มีมาตรา 44 ที่เป็นเหมือนดาบอาญาสิทธิ์ แต่ลุงตู่กลับใช้กระบวนการยุติธรรมปกติ ในการบริหารจัดการ แทนการใช้อำนาจพิเศษ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพียงเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกระบวนการยุติธรรม คนดีๆ ทั่วไปไม่มีใครเดือดร้อนกับคำสั่งตามมาตรา 44 ที่ผ่านมามีแต่ข้าราชการทุจริตและพวกสัตว์เลื้อยคลาน ไส้เดือน กิ้งกือ รวมถึงพวกผัวหลวงผัวน้อยเท่านั้น ที่สั่นสะท้านไปกับคำสั่งตามมาตรา 44 ที่เอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมาย
การดำเนินการทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว เคยเป็นข่าวมาตั้งแต่ปีที่แล้วว่า รัฐบาลจะใช้ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิด ชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งวิษณุ เครืองาม มือกฎหมายชั้นครู เป็นผู้วางแนวทางการเรียกค่าเสียหายดังกล่าว
เมื่อปีที่แล้วก็เป็นข่าวฮือฮามาแล้วกับวิธีการนี้ แต่เรื่องก็ดูเงียบหายไป อาจจะเป็นความรอบคอบของเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการ หรืออาจจะเป็นการถ่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ หรืออาจเพราะผู้รับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติ ไม่กล้าลงนามคำสั่ง จนลุงตู่ต้องออกมาไล่บี้ เพราะคดีใกล้ขาดอายุความในเดือนก.พ.ปีหน้าแล้ว รัฐมนตรีพาณิชย์จึงได้ลงนามคำสั่งเรียกค่าเสียหาย
เป็นที่น่าเห็นใจ ทหารซึ่งไม่ได้ฝึกมาเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อมาเป็นรัฐบาลจึงต้องใช้ข้าราชการประจำ ซึ่งส่วนใหญ่จำนวนไม่น้อยที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของนักโทษชายหนีคดี ยังเกรงกลัวอำนาจเก่าที่ยังมีแทรกซึมอยู่ในทุกองคาพยพของหน่วยงานราชการ หรือไม่ก็เคยได้รับผลประโยชน์จากระบอบทักษิณ จนไม่กล้าทำตามคำสั่งที่ไม่เป็นคุณกับอำนาจเก่า ลุงตู่คงรู้ดีว่า เสือสิงห์กระทิงแรดในวงการราชการนั้นไม่เหมือนผู้ใต้บังคับบัญชาในกองทัพ ที่ฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาและปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด ไม่มีลวดลายหลบเลี่ยงเหมือนข้าราชการประจำที่มักจะตกอยู่ภายใต้อำนาจนักการเมือง
การดำเนินการตามล่าหาผู้รับผิดคดีข่าวเน่า นอกจาก พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ที่หน่วยงานของรัฐเรียกค่าเสียหายได้เองแล้ว ยังมี พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 มาตรา 57 ที่ช่วยในการบังคับคดี โดยบัญญัติว่า คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ผู้ใดชำระเงิน ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือเตือนให้ผู้นั้นชำระในเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 7 วัน ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน เจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้นและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วน
รัฐบาลจึงออกคำสั่งตามมาตรา 44 ที่ 56/2559 ให้กรมบังคับคดีมีอำนาจยึดทรัพย์ได้
พลันที่คำสั่งดังกล่าวประกาศใช้ เหล่าอำนาจเก่าก็ฉวยโอกาสกล่าวหาโจมตีบิดเบือนว่า คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 ให้ยึดทรัพย์ เป็นการใช้อำนาจที่ไม่ผ่านกระบวนการศาล ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม บุญทรงถึงกับออกมาประกาศว่า จะฟ้องทุกคนที่เกี่ยวข้องโดยอ้างว่าทำผิดกฎหมาย
เรื่องนี้บังเอิญอยู่ในมือของเนติบริกรหลายแผ่นดิน โดยเฉพาะเคยรับใช้นายใหญ่นักโทษชายหนีคดีมาก่อน และเป็นมือกฎหมายระดับเซียนเหยียบเมฆ จึงรู้เรื่องรู้จักคนของระบอบทักษิณดี และอาจซาบซึ้งกับเรื่องราวขององคุลิมาลจึงได้มารับผิดชอบงานนี้ให้กับ คสช.
วิษณุ ได้ชี้แจงที่มาที่ไปได้อย่างชัดเจน โดยให้สัมภาษณ์ตอบโต้กรณีที่มีผู้ระบุว่า รัฐบาลใช้มาตรา 44 เพื่อยึดทรัพย์ในคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ไม่ใช่เป็นการใช้มาตรา 44 เพื่อเล่นงาน คำพูดนี้เป็นคำพูดที่บิดเบือนอย่างร้ายกาจที่สุด เพราะเป็นการใช้ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ที่เคยใช้เล่นงานมาหลายคดี เช่น คดีรถดับเพลิง ที่รวมแล้วกว่า 3,000 คดี คดีจำนำข้าวนั้นถ้าจะถูกเล่นงาน ก็เล่นงานโดย พ.ร.บ.นี้ ปัญหาคือ เมื่อเขาบอกว่าผิด จะเข้าไปยึดทรัพย์ ใครจะเป็นคนไปยึด กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์นั้น ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ทำเรื่องการเงินและการค้า ไม่มีวัตถุประสงค์จะไปยึดทรัพย์ ถ้าจะให้เขายึด เขายึดไม่เป็น ไม่มีเจ้าหน้าที่
“นี่เป็นบทเรียน ถามว่าทำไม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ถึงไม่ได้กำหนดหน่วยงานที่จะยึดทรัพย์ไว้ นั่นเพราะคิดว่าหน่วยงานใครหน่วยงานมันให้ยึดทรัพย์กันเอาเอง ไม่คิดว่าชาตินี้จะมีการยึดอะไรใหญ่โตมโหฬาร เพราะลำพังแค่ 10-20 ล้าน เขายึดได้ แต่เรื่องข้าวนั้นเป็นการยึดค่าเสียหาย ซึ่งต้องดูละเอียดมาก มืออาชีพมีอยู่แค่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กับกรมบังคับคดี แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการฟอกเงิน จึงไม่ใช่หน้าที่ของ ปปง. เพราะชื่อกรมบังคับคดีก็บอกแล้วว่ามีหน้าที่ไปยึดทรัพย์ แม้จะมีคนบอกว่ามีอำนาจยึดทรัพย์เฉพาะที่ศาลสั่ง ถ้าหัวหน้า คสช.สั่งจะตกไป เราจึงออกมาตรา 44”
“เขาไม่ได้เพิ่งนึกได้ในวันนี้ กระทรวงยุติธรรมส่งหลักฐานมาให้ผมว่า สมัยรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เขาเคยนึกกันขึ้นมาได้ว่า พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิด มันมีมาตั้งแต่สมัยนายกฯ บรรหาร แล้ว สุดท้ายก็ต้องไปยึดทรัพย์โดยกรมบังคับคดี และสมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็เคยทำเรื่องขอตั้งกองยึดทรัพย์บังคับคดีตามคำสั่งปกครอง ขึ้นในกรมบังคับคดีเพื่อเตรียม แต่ว่า ก.พ.ร.ไม่อนุญาต เหตุที่ไม่อนุญาตก็เพราะคุณยังไม่มีอำนาจตามกฎหมายจะไปยึด แล้วมาตั้งกองเตรียมยึดได้ยังไง
และวันนี้เมื่อคำสั่งมาตรา 44 ออกมา ก็มีคำถามว่า ทำไมต้องรีบให้กรมบังคับคดีมีอำนาจก่อนที่จะมีการสั่งในเรื่องนั้น ซึ่งจะก่อนหรือหลังนั้นไม่เกี่ยว เพราะกรมบังคับคดีไม่มีส่วนในการจะไปบอกว่าผิด และไม่ได้ไปตีปลาหน้าไซ เขาต้องรู้ว่าเขามีอำนาจเพื่อเตรียมการ และเขาเตรียมการแล้วแบบมืออาชีพ ติดต่อกรมที่ดิน ธนาคาร เพื่อให้รู้ว่าผู้ที่จะถูกยึดทรัพย์มีที่ดินตรงไหนเท่าไหร่ มีเงินในธนาคารเท่าไหร่ ถ้าจะต้องยึดก็จะได้ยึดได้ ถ้าไม่ต้องยึด ก็หยุดไว้ไม่ต้องทำอะไร ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้ใช้มาตรา 44 ไปยึด”
เป็นไงครับ ชัดเจนดีไหม เจ๊ปูข้าวเน่า ยังจำได้หรือเปล่า หรือท่องโพยได้อย่างเดียวว่า หนูไม่รู้ๆ







