posttoday
ชงครม.ทุบมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ 27 ก.ย.นี้

ชงครม.ทุบมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ 27 ก.ย.นี้

26 กันยายน 2559

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ตามที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้นโยบายมาว่าให้ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานราก

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ตามที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้นโยบายมาว่าให้ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานราก

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า มาตรการที่จะเสนอ ครม.ประกอบด้วยกลุ่มมาตรการ 2-3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมีมาตรการย่อย เช่น มาตรการที่มาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นั้นจะเป็นมาตรการย่อย 5-6 มาตรการและหลังจากนี้จะยังมีมาตรการอื่นๆ ตามมา

อภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.เตรียมเสนอมาตรการแก้หนี้นอกระบบให้กระทรวงการคลัง รวมเป็นแพ็กเกจเสนอที่ประชุม ครม. มาตรการดังกล่าวมีวงเงินไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นการปล่อยกูู้ผ่านบัตรกดเงินสด หรือแคชการ์ด อย่างน้อย 1.5 แสนบัตร แยกความช่วยเหลือเป็นลูกหนี้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกหนี้ใหม่ที่มีการลงทะเบียนต้องการแก้หนี้นอกระบบในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มนี้จะปล่อยกู้ให้วงเงินไม่เกิน5 หมื่นบาท8ราย ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ จะปล่อยกู้ให้กลุ่มลูกหนี้นอกระบบในโครงการปัจจุบันของ ธ.ก.ส.ที่มีอยู่กว่า 4 หมื่นราย มียอดขอสินเชื่อกว่า 3,937 ล้านบาท โดยจะเปิดโอกาสให้คนที่มีประวัติชำระหนี้มาแล้ว สามารถมาขอสินเชื่อในโครงการนี้ได้เท่ากับวงเงินที่มีการผ่อนชำระไปก่อนหน้านี้ หรือให้กู้สูงสุดไม่เกิน 1.5 แสนบาท/ราย เตรียมวงเงินไว้ 1 หมื่นล้านบาท

สำหรับอัตราดอกเบี้ยในแคชการ์ดอยู่ที่ 12% ต่อปี หรือ 1% ต่อเดือน กรณีผิดนัดชำระหนี้คิดเบี้ยปรับเพิ่มอีก 3% ผู้ที่เข้าโครงการนี้ต้องพร้อมเข้าโครงการอบรมเพื่อฟื้นฟูอาชีพ ป้องกันการกลับไปเป็นหนี้เสียรอบ 2 ระยะเวลาการชำระหนี้อิงตามฤดูกาลผลิต หรือแหล่งที่มาของรายได้ลูกหนี้ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อ คาดว่าจะเสนอขอให้รัฐบาลชดเชย
บางส่วน

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินจะเสนอ 2 มาตรการ คือ การลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าเดิม ในกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ กลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวกันเป็นวิสาหกิจขนาดเล็กๆ เพื่อลดภาระค่าผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนลง และอาจจะลดดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าดอกเบี้ยในโครงการธนาคารประชาชนที่คิด 1% ต่อเดือน คาดว่ามีผู้เข้าโครงการนี้หลักแสนราย

สำหรับมาตรการที่ 2 คือ การปล่อยกู้เพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบแบบเงื่อนไขผ่อนปรน โดยธนาคารออมสินจะออกบัตรกดเงินสด แต่ใช้ชื่อว่า พีเพิลการ์ด โดยธนาคารออมสินจะเน้นแก้หนี้นอกระบบในชุมชนเมือง ทั้งพ่อค้า แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ ส่วน ธ.ก.ส.เน้นแก้หนี้นอกระบบให้ลูกหนี้เกษตรกรตั้งเป้าหมายปล่อยกู้เบื้องต้นไว้ที่ 3,000-5,000 ล้านบาท หรือรายละ 2-5 หมื่นบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พล.อ.ฉัตรชัยสาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ได้เตรียมเสนอ ครม.ของบ 1,600 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการจูงใจเกษตรกรงดการปลูกข้าวนาปรังปี 2559/2560 พื้นที่ประมาณ 5.7 แสนไร่ จากพื้นที่เป้าหมาย 2 ล้านไร่ เพื่อลดปริมาณข้าวออกสู่ตลาด โครงการดังกล่าวคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้เห็นชอบในกรอบโครงการแล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการครัวเรือนละ 2,000 บาท/ไร่ ไม่เกิน 15 ไร่  เพื่อให้มาปลูกพืชอื่น เช่น ข้าวโพด ปอเทืองเป็นต้น โดยเงินดังกล่าวเป็นค่าปรับดิน ค่าเมล็ดพันธุ์ ในพื้นที่ 5.7 แสนไร่ จากเป้าหมาย 2 ล้านไร่ ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด ที่มีการทำนาปรังจำนวนมาก โดยในปีที่มีน้ำหรือมีโครงการจำนำข้าวเคยปลูกสูงสุดถึง 15 ล้านไร่ ทั้งนี้ล่าสุด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์
(ซีพี) ติดต่อเพื่อจะดำเนินการโครงการข้าวประชารัฐร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งจะมีการหารือกันเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะเสนอ ครม.ขอขยายพื้นที่เป้าหมายโครงการลดพื้นที่ปลูกข้าวตามนโยบายของรัฐบาลที่ผ่าน ธ.ก.ส. ด้วยการให้เงินเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าวทั้งประเทศ จากเดิมที่อยู่เฉพาะในลุ่มเจ้าพระยา หรือพื้นที่นาดอน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน