posttoday
สวนอัจฉริยะ

สวนอัจฉริยะ

21 กันยายน 2559

โดย...ทวารัฐ สูตะบุตร

โดย...ทวารัฐ สูตะบุตร

การที่จะทำให้เมืองใดเมืองหนึ่ง หรือสถานที่ใดที่หนึ่งมีความเป็น “อัจฉริยะ” เข้ากับคอนเซ็ปต์ Smart City หรือ “เมืองอัจฉริยะ” นั้น จะต้องมีการออกแบบที่ล้ำยุคผ่านการก่อสร้างระบบที่จะทำให้เป็นเมืองคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์และช่วยลดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม สามารถขจัดปัญหามลภาวะทางอากาศ น้ำเสีย ขยะ การระบายน้ำได้อย่างยั่งยืน ช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดี คุณภาพอากาศที่ดี เพิ่มพื้นที่สีเขียว ที่สำคัญจะต้องมีลักษณะที่อาศัยประโยชน์จากธรรมชาติ เช่น การระบายอากาศตามธรรมชาติ การใช้แสงธรรมชาติ ต้นไม้ บ่อน้ำหมุนเวียน เป็นต้น ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัย ลดการใช้พลังงาน ส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลมาช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรของเมืองเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งหมดที่ได้กล่าวมา รัฐบาลสิงคโปร์ได้นำร่องภายใต้โครงการเมกะโปรเจกต์ ที่ Garden By The Bay ซึ่งถูกเนรมิตภายใต้คอนเซ็ปต์แห่งความเป็น Smart City ดังกล่าวGarden By The Bay เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ของสิงคโปร์ ในย่าน Marina Bay เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของสิงคโปร์ในปัจจุบัน ภายในสวนยังประกอบไปด้วยสวนในแบบต่างๆ เช่น สวนแบบพืชสวนและการรวบรวมพันธ์ุไม้ในเขตภูมิอากาศต่างๆ มาจัดแสดง จุดที่น่าสนใจจนเรียกเป็นจุดขายของสวนแห่งนี้ อาทิ The Supertrees, Flower Dome, Cloud Forest Dome ซึ่งแต่ละส่วนได้ใช้เทคโนโลยีด้านการจัดการพลังงานมาใช้ เริ่มที่แหล่งพลังงาน สิงคโปร์ได้ชื่อว่ามีสัดส่วนส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากรในอัตราที่สูง จึงมีเศษกิ่งไม้ ใบไม้ จากการตัดแต่งเป็นจำนวนมาก จึงได้นำมาทำเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลใช้ผลิตไฟฟ้าภายในสวนและเป็นการผลิตแบบสะอาดไม่เกิดมลพิษ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 7.5 MW โดยมีการบริหารจัดการให้มีการรวบรวมและส่งชีวมวลเข้ามาถึง 10 คันรถ/วัน หรือเกือบๆ 70 ตัน/วัน แถมเถ้าถ่านที่เหลือจากการเผาไหม้ก็นำมาเป็นปุ๋ยอย่างดีใช้ภายในสวน

Flower Dome เป็นอาคารที่แสดงพืชพันธุ์ดอกไม้เมืองหนาว สร้างโดยใช้กระจกระบบสองชั้นที่สามารถกันความร้อนภายนอกเข้ามาภายในโดม และกรองให้มีเฉพาะแสงสว่างเท่านั้นที่จะสามารถผ่านเข้ามาได้ โดมนี้มีระบบทำความเย็นที่เป่าลมเย็นออกตามผนังและเพิ่มมีความพิเศษขึ้นอีก โดยทำระบบความเย็นใต้พื้นทางเดิน เพื่อลดความร้อนสะสมที่พื้น ซึ่งจะได้รับจากแสงแดดที่ส่องเข้ามา พร้อมทั้งระบบจัดการความชื้นและอุณหภูมิให้เหมาะสมในสภาวะสบาย (Comfort Zone) นอกจากนี้ Flower Dome ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอาคารที่มีอากาศที่แห้ง จึงมีระบบดึงความชื้นออกจากอาคาร และนำไปปล่อยใน Cloud Forest Dome ซึ่งเป็นอีกอาคารที่ใช้จัดแสดงพืชพันธุ์ในเขตป่าดิบชื้น ซึ่งถือว่าเป็นการทำสมดุลระหว่างอาคารและไม่ต้องปล่อยออกไปภายนอก นอกจาก Flower Dome แล้ว Cloud Forest Dome ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยมีการจัดแสดงน้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลกไหลลงมาจากภูเขาจำลอง สร้างความชุ่มชื้นให้พืชพันธุ์ภายในอาคาร และความร้อนภายในอาคารจะถูกดูดออกไปโดยปล่องที่อยู่ด้านบนสุดของภูเขาจำลอง ซึ่งใช้หลักการที่อากาศร้อนจะลอยขึ้นสูงไปด้านบนส่วนอากาศเย็นจะอยู่ด้านล่าง นอกจากนี้ทางเข้าอาคารทั้งสองจะใช้วิธีการทางสถาปัตยกรรมตัดแสงสว่างเพื่อลดรังสีและลดความร้อนจากภายนอกไม่ให้มากระทบผู้เข้าชมที่จะเข้าสู่ภายใน หากเกิดฝนตกขึ้นน้ำจะไหลจากโดมไปยังทางลาดเข้าสู่ทะเลสาบภายในสวน และส่วนสุดท้ายที่สำคัญของสวนพฤกษศาสตร์ “Garden By The Bay” ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของสวนแห่งนี้ คือ The Supertrees มีลักษณะเป็นต้นไม้ประดิษฐ์ขนาดใหญ่หลายต้น ซึ่งเปิดให้ผู้เข้าชมขึ้นไปชมทัศนียภาพและสร้างสะพานลิงเชื่อมระหว่างต้นต่างๆ รวมถึงร้านอาหารลอยฟ้า The Supertrees นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์และจุดชมวิวแล้ว ในบางต้นยังเป็นการปล่อยให้ระบายอากาศเสียและดูดอากาศดีเพื่อหมุนเวียนภายในอาคารการจัดแสดงพืชของสวน ถือได้ว่าเป็นแนวคิดที่ชาญฉลาดและกลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด

เห็นไหมครับว่าสิงคโปร์ถึงแม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก (ขนาดเท่ากับเกาะภูเก็ต) แต่แนวคิดเรื่องการอนุรักษ์พลังงานนั้น่กลับไม่เล็ก นับได้ว่าเป็นเมืองต้นแบบ หรือจุดเริ่มต้นของ Smart City อย่างแท้จริง

ปัจจุบันโครงการ Smart City ในไทยนั้นได้มีการดำเนินการจัดทำ “โครงการสนับสนุนการออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities-Clean Energy)” โดย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิอาคารเขียวไทย วัตถุประสงค์ของโครงการก็เพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัย องค์กร เอกชน ออกแบบและพัฒนาเมือง หรือโครงการในลักษณะชุมชนเมือง เช่น Complex ขนาดใหญ่ ไปสู่เมืองอัจฉริยะ โดยการส่งข้อเสนอแนวความคิดในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City Development Proposal) และการวางผังชุมชน (Urban Planning) เพื่อเข้าร่วมประกวดแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ และเมื่อชนะก็จะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อจัดทําผังแม่บทการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City Development Master Plan) และโมเดลธุรกิจ (Business Model) พร้อมโอกาสในการจัดหาทุนเพื่อพัฒนาไปสู่ “เมืองอัจฉริยะ” หรือ “Smart City-Clean Energy”

ในความคิดผมถ้าสิงคโปร์มี Smart City Garden By The Bay ได้ เมืองไทยเราก็จะมีเมืองต้นแบบเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart Cities-Clean Energy ได้เช่นกันครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน