
เข็นลงทุนโครงการรัฐ
คมนาคมตั้งเป้าเปิดประมูล-ลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการลงทุนทุกโครงการให้ได้ภายในเดือน มี.ค. 2560
คมนาคมตั้งเป้าเปิดประมูล-ลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการลงทุนทุกโครงการให้ได้ภายในเดือน มี.ค. 2560
นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในปีงบ 2560 ที่จะเริ่มต้นในเดือนวันที่ 1 ต.ค.นี้ กระทรวงกำหนดเป้าหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดทั้งหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ เร่งเปิดประมูลและลงนามสัญญาก่อสร้างโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ของปีงบ 2560 หรือภายในเดือน มี.ค. 2560 เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตั้งเป้าหมายให้การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐเพื่อช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
“ทุกโครงการจะต้องประมูลและลงนามในสัญญาได้ภายในเดือน มี.ค. 2560 โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาท ถึง 1,000 ล้านบาท และโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท ส่วนโครงการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 2 ล้านบาท จะต้องลงนามในสัญญาและเบิกจ่ายเงินงวดงานภายในเดือน ธ.ค. 2559 ซึ่งมีวงเงินรวมประมาณ 3 หมื่นล้านบาท” นายชาติชาย กล่าว
ทั้งนี้ ในปีงบ 2560 กระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรรงบทั้งสิ้น 1.95 แสนล้านบาท ซึ่งภายในเดือน ธ.ค. 2559 มีโครงการที่ต้องขอผูกพันงบประมาณและโครงการใหม่ที่จะต้องเร่งรัดลงนามในสัญญามูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท
นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กล่าวว่า ขณะนี้ ทอท.ได้ลงนามสัญญาและก่อสร้างงานในโครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ไปแล้ว 3 กลุ่มงาน จากทั้งหมด 7 กลุ่มงาน เงินลงทุน 1.49 หมื่นล้านบาท ประกอบไปด้วย 1.งานจ้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (ชั้น B2 ชั้น B1 และชั้น G) ลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 และส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ (งานโครงสร้างและงานระบบหลัก) (CC1/1) 2.จ้างก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค (CC3) และ 3.งานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง (CSC) ส่วน 4 กลุ่มงานที่เหลือจะทยอยเปิดประมูล
นายประสงค์ ระบุว่า ทอท.ยังมีแผนขยายโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 3 อีก 2 กลุ่มงาน มูลค่ารวมกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.งานก่อสร้างรันเวย์ 3 ความยาว 4,000 เมตร 2 หมื่นล้านบาท แบ่งออกเป็นงานก่อสร้าง 1 หมื่นล้านบาท และผลกระทบทางเสียง 1 หมื่นล้านบาท และ 2.งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร 2 มูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งขยายการรองรับโดยจะสามารถรองรับผู้โดยสารอีก 30 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะเปิดประมูล 2 กลุ่มงานได้ในไตรมาสแรก ปี 2560 และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2563-2564
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานของ ทอท.ในปีนี้ คาดว่าปริมาณผู้โดยสารในปีนี้จะเติบโตมากถึง 17% และส่งผลให้รายได้เติบโตมากกว่า 10% จากปีก่อนที่ปิดรายได้อยู่ราว 4.5 หมื่นล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่เกินเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีปัจจัยบวกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มมากว่า 100 ล้านคนแล้ว







