posttoday
คดีมั่นคง112กลับสู่ศาลปกติ

คดีมั่นคง112กลับสู่ศาลปกติ

13 กันยายน 2559

หัวหน้า คสช.แก้คำสั่งให้คดีความมั่นคงกลับไปขึ้นตรงอำนาจการพิจารณาของศาลยุติธรรม

หัวหน้า คสช.แก้คำสั่งให้คดีความมั่นคงกลับไปขึ้นตรงอำนาจการพิจารณาของศาลยุติธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 แก้ไขคำสั่ง คสช.ให้คดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง และคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ให้กลับมาอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จากเดิมที่หัวหน้า คสช.ได้มีคำสั่งให้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร

สำหรับคำสั่งดังกล่าวระบุว่า บรรดาการกระทำความผิดตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 37/2557 เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ประกาศ คสช. ฉบับที่ 38/2557 เรื่อง คดีที่ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่างเกี่ยวโยงกันให้อยู่ในอำนาจของศาลทหาร และประกาศ คสช. ฉบับที่ 50/2557 เรื่อง ให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ซึ่งได้กระทำตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ทั้งนี้ ความผิดตามที่ระบุไว้ในประกาศ คสช. ฉบับที่ 37 คือคดีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา 107 ถึงมาตรา 112 คดีความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา 113 ถึงมาตรา 118 ส่วนประกาศ คสช. ฉบับที่ 50 คือคดีที่มีข้อหาว่ากระทำความผิดฐานมีหรือใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด

ขณะเดียวกัน คำสั่งดังกล่าวยังได้ระบุถึงเหตุผลในการยกเลิกเขตอำนาจครั้งนี้ว่า เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองในรอบสองปีที่ผ่านมามีความสงบเรียบร้อยเป็นลำดับ ประชาชนต่างมีเจตนารมณ์และให้ความร่วมมือที่ดีในการนำประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การปฏิรูปประเทศตามขั้นตอน และการสร้างความสามัคคีปรองดองที่ถูกต้องเป็นธรรม ดังเห็นได้จากกระบวนการลงประชามติที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

“ร่างรัฐธรรมนูญได้รับความเห็นชอบจากประชาชนด้วยมติท่วมท้น จึงสมควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลงอีก เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ใช้สิทธิ ปฏิบัติหน้าที่ของตน และได้รับความคุ้มครองตามกลไกของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งกำลังจะประกาศใช้ในเร็ววัน ตลอดจนตามหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน” คำสั่งดังกล่าวระบุ

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวหลังประชุมสำนักเลขาธิการ คสช.ว่า งานเร่งด่วนของ คสช.ในขณะนี้คือการสนับสนุนนโยบายการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล จึงขอให้ทุกส่วนงานได้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง ทำทุกอย่างให้เกิดความโปร่งใส ในทุกโครงการ ในทุกการบริหารงาน รวมถึงการตรวจสอบและการป้องกันมิให้มีบุคคลในองค์กรเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วย

สำหรับเรื่องการสร้างความรักสามัคคีและการเข้าใจอันดีในสังคมนั้น ยังคงให้ทุกส่วนใช้การพูดคุย ชี้แจงกับทุกกลุ่มทุกฝ่าย

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI