posttoday
ดันพีพีพีบางซื่อ6หมื่นล้าน

ดันพีพีพีบางซื่อ6หมื่นล้าน

12 กันยายน 2559

โครงการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ 5 แปลงใหญ่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นั้น คาดว่าที่ดินสถานีรถไฟบางซื่อมีความพร้อมที่จะเกิดโครงการได้เร็วที่สุด

โครงการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ 5 แปลงใหญ่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นั้น คาดว่าที่ดินสถานีรถไฟบางซื่อมีความพร้อมที่จะเกิดโครงการได้เร็วที่สุด

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า แผนลงทุนโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณสถานีกลางบางซื่อ จำนวน 4 โซน รวม 305.5 ไร่ ประกอบด้วย โซน A ขนาด 35 ไร่ วงเงินลงทุน 9,363 ล้านบาท จะพัฒนาภายใต้แนวคิด Smart Business Complex พื้นที่อยู่ใกล้กับสถานีกลางบางซื่อประมาณ 50-100 เมตร จึงมีศักยภาพเหมาะสำหรับพัฒนาเป็นพื้นที่ทางธุรกิจ เช่น โรงแรมสำหรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และที่จอดรถ เป็นต้น

โซน B ขนาด 78 ไร่ วงเงินลงทุนประมาณ 24,744 ล้านบาท พื้นที่อยู่ติดกับถนนกำแพงเพชรและอยู่ในระยะเดินเท้าได้จากสถานีกลางบางซื่อ อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ากำแพงเพชรจึงเหมาะสำหรับพัฒนาแหล่งค้าปลีก-ค้าส่ง ศูนย์กลางการค้า และพัฒนาศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมในกลุ่มอาเซียน ภายใต้แนวคิดว่า ASEAN Commercial & Business Hub

โซน C มีขนาด 105 ไร่ วงเงินลงทุนประมาณ 34,076 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ของสถานีขนส่งหมอชิต 2 ปัจจุบันหมดสัญญาเช่าพื้นที่จาก รฟท. และได้มีการกันพื้นที่สำหรับสถานีย่อย บขส.ไว้ประมาณ 16.43 ไร่ แนวทางการพัฒนาพื้นที่นี้พบว่าเหมาะสำหรับพัฒนาเป็นเมืองใหม่มีแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งทำงาน แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ภายใต้แนวคิด Smart Healthy & Vibrant Town

ทั้งนี้ พื้นที่โซน A มีความพร้อมและมีความเป็นไปได้ที่จะนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่แรก ส่วนโซน D นั้นได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นผู้ไปดำเนินการศึกษา

“พื้นที่โซน C พัฒนายากที่สุด เนื่องจากต้องรอให้บริษัท ขนส่ง (บขส.) ย้ายออกไป ส่วนโซน B ติดพวงรางรถไฟ ซึ่งจะสร้างยากหน่อย เดี๋ยวค่อยจัดการภายหลัง ส่วนโซน D ทาง สนข.ดูแล” ออมสิน กล่าว

นอกจากนี้ รฟท.ได้หารือเอกชนที่สนใจจะเข้ามาพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์แล้ว ปรากฏว่ามีผู้สนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนเยอะ ถือเป็นสัญญาณที่ดี

สำหรับพื้นที่ที่ รฟท.จะนำมาพัฒนาได้ก่อน คือ พื้นที่โซน A เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมมากที่สุด ส่วนพื้นที่โซน C ยากที่สุด เนื่องจากต้องรอให้ บขส.ย้ายออกไป ส่วนโซน B ติดพวงรางรถไฟ ซึ่งจะสร้างยากหน่อย เดี๋ยวค่อยจัดการภายหลัง ส่วนโซน D ทาง สนข.ดูแล

ด้าน ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า ในส่วนของผลการศึกษาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณสถานีกลางบางซื่อโซน D อยู่ระหว่างรอผลศึกษาของที่ปรึกษา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ จะทำให้เห็นการพัฒนาพื้นที่โซน D จะเป็นตัวเชื่อมระบบและการขนส่งอย่างไร ซึ่งคือระบบรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) เป็นต้น

“พื้นที่ทั้งหมดจะต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (พีพีพี) เพื่อขออนุมัติและในปี 2560 จะสามารถประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนและสรรหานักลงทุน ก่อนจะเริ่มเข้าสู่พื้นที่เพื่อพัฒนาได้ในปี 2561 และจะใช้เวลาในการพัฒนาพื้นที่แต่ละโซนประมาณ 3-5 ปี” ชัยวัฒน์ กล่าว

พนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับมอบหมายให้จากการรถไฟฯ ให้ทำมาร์เก็ต ซาวดิ้ง ศักยภาพสถานีกลางบางซื่อและแผนพัฒนาพื้นที่ กม.11 ยังไม่ได้รับความคืบหน้าเพิ่มเติมจาก รฟท. ซึ่งคงต้องรอความชัดเจนจาก รฟท.ว่าจะนำแผนพัฒนาพื้นที่นี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อใด ส่วนความสนใจจากภาคเอกชน ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากเอกชนที่แสดงความสนใจ ซึ่งคาดว่าคงจะรอความชัดเจนจากรัฐก่อน

อำนวย ปรีมนวงศ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การปรับปรุงที่ดินของ รฟท.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน และเพิ่มผลประโยชน์ให้กับรัฐ โดย รฟท.ไปหาข้อมูลราคาประเมินและราคาที่ดินแต่ละแปลง เพื่อนำมาวางแผนการพัฒนาที่ดินให้มีรายได้สอดคล้องกับความเป็นจริง ที่ดินในกลุ่มที่มีศักยภาพต่ำอาจจะมีค่าเช่าที่ต่ำกว่าเป็นจริง ก็ต้องปรับให้สูงขึ้น

สำหรับแผนการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพ จะเสนอให้รัฐบาลร่วมทุนกับเอกชน ซึ่งได้สั่งการให้ รฟท.ไปทบทวนการจัดกลุ่มของที่ดินอีกครั้ง เช่น ที่ดินบริเวณจตุจักรที่ให้เอกชนเช่าอยู่ควรเป็นที่ดินที่มีศักยภาพสูง ไม่ใช่ศักยภาพปานกลาง เป็นต้น

ขณะเดียวกัน จะต้องให้ รฟท.พัฒนาระบบการเก็บค่าเช่าใหม่ จากปัจจุบันไม่มีระบบนายสถานีเป็นผู้ไปตามเก็บค่าเช่า ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของนายสถานี และทำให้การรับรู้รายได้จากค่าเช่าไม่สมบูรณ์ครบถ้วน

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้