
ถกอาร์เซ็ปยังตกลงไม่ได้
แถลงการณ์เผยเตรียมจัดเจรจา 3 ครั้ง ในปีนี้ เร่งหาข้อสรุป ชี้สมาชิกมีผลประโยชน์หลากหลาย
แถลงการณ์เผยเตรียมจัดเจรจา 3 ครั้ง ในปีนี้ เร่งหาข้อสรุป ชี้สมาชิกมีผลประโยชน์หลากหลาย
ผู้นำประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ทั้ง 16 ประเทศ ออกแถลงการณ์ระบุว่า จะเร่งผลักดันการเจรจามากยิ่งขึ้นเพื่อให้ได้ข้อสรุปข้อตกลงเร็วที่สุด โดยไม่ได้ระบุถึงช่วงเวลาที่จะหาข้อสรุปได้ ในวันสุดท้ายของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว
"มีความก้าวหน้ามากขึ้นในกระบวนการเจรจา โดยสมาชิกอาร์เซ็ปแต่ละประเทศจะเร่งให้เกิดความก้าวหน้าในความร่วมมือ และการเจรจามากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะผลักดันให้ได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว" แถลงการณ์ ระบุ
อย่างไรก็ดี แถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงกรอบเวลาที่จะบรรลุการเจรจา รวมทั้งไม่ได้กล่าวถึงเป้าหมายที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2016 ซึ่งประกาศไว้ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 2015 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย
แถลงการณ์ยังระบุถึงความซับซ้อนและความหลากหลายของประเทศสมาชิก รวมถึงระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ทำให้จำเป็นต้องใช้เวลาในหลายประเด็นที่เป็นเรื่องอ่อนไหวและมีผลประโยชน์ที่หลากหลาย
สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างเจ้าหน้าที่อาเซียน ระบุว่า กระบวนการเจรจาเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากคู่เจรจาอย่างจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในอาร์เซ็ปไม่ได้มีท่าทีผลักดันมากนัก
นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกที่ด้อยพัฒนาซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนอย่างลาว เมียนมา และกัมพูชา ยังมีท่าทีเรียกร้องให้มีการผ่อนผันการเจรจาออกไป โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสมาชิกอาร์เซ็ปเตรียมเพิ่มระดับการเจรจาโดยจะจัดการประชุม 3 ครั้ง ในปีนี้
ทั้งนี้ ข้อตกลงอาร์เซ็ปเป็นข้อตกลงการค้าที่จีนพยายามผลักดันเพื่อต่อกรกับความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐ โดยการเจรจาอาร์เซ็ปริเริ่มขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 21 เมื่อเดือน พ.ย. 2012 ที่กรุงพนมเปญ ของกัมพูชา ในครั้งนั้นได้ตั้งเป้าสรุปการเจรจาให้ได้ในปี 2015 แต่ถูกเลื่อน
ก่อนหน้านี้ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั้ง 16 ชาติสมาชิกได้ข้อสรุปในการลดภาษีสินค้ากลุ่มแรกแล้ว โดยสมาชิกได้ตกลงจะลดภาษีเหลือ 0% ทันที จำนวน 65% ของสินค้าที่มีการค้าขายในกลุ่มที่มีอยู่ประมาณ 8,000-9,000 รายการ และอีก 20% จะทยอยลดภาษีเหลือ 0% ภายใน 10 ปี ส่วนสินค้าที่เหลืออีกประมาณ 15% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอ่อนไหว แต่จะเจรจาให้ปรับลดภาษีในระยะต่อไป







