posttoday
ตอบแทนบุญคุณ

ตอบแทนบุญคุณ

07 กันยายน 2559

ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คนไทยน่าจะได้เห็นรายชื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีก 30 คน

โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]

ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คนไทยน่าจะได้เห็นรายชื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีก 30 คน ที่ คสช.อธิบายว่า แต่งตั้งเพื่อช่วยร่างกฎหมาย ในโรดแมประยะที่ 3 และพยายามถึงขั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อเปิดที่นั่งให้ สนช.เข้ามาในสภาเพิ่ม

งานนี้รัฐบาลถึงกับยอมรับว่า สนช.ที่เข้ามาใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นทหาร เพื่อให้การทำหน้าที่ทั้งหมดสมูทยิ่งขึ้น

ประจวบเหมาะกันพอดี เพราะช่วงนี้มีแม่ทัพนายกองหลายคนเกษียณอายุราชการ และมีขุนทหารอีกหลายคน ไม่ได้รับ “โปรโมท” อย่างที่หวัง ซึ่งก็พนันกันได้เลยว่า “คนดี” เหล่านี้ จะได้เข้ามานั่งในสภาผู้ทรงเกียรติ เพื่อรับเงินเดือนแสนกว่าบาท ในการ “รับรองกฎหมาย”

ส่วนใครที่ “สายตรง” กว่านั้น อาจจะได้รับการตกรางวัล เป็นถึงรัฐมนตรีในการปรับ ครม. ในเร็ววันนี้เช่นเดียวกัน

น่าตั้งคำถามเหมือนกันว่า เพราะเหตุใด ประเทศที่มีความขัดแย้งสูงอย่างบ้านเรา จึงมีความจำเป็นต้องใช้ “ทหาร” จำนวนมากมายขนาดนี้ เข้ามาทำหน้าที่ปฏิรูปกฎหมาย ออกพระราชบัญญัติใหม่ๆ

และน่าสงสัยเช่นกันว่า เพราะเหตุใด คสช.จึงต้องให้ข้าราชการทหารอายุเกิน 60 หรือบรรดานายพลต่างๆ เข้ามาทำหน้าที่ในสภา ทั้งที่คนเหล่านี้ ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องกฎหมาย ไม่ได้สันทัดในเรื่องการบริหารจัดการภาครัฐ รวมถึงไม่ได้เข้าใจประชาชนและโลกสมัยใหม่ ได้ดีเท่ากับการวางแผนยุทธการ ส่งกำลังบำรุง และจัดแนวรบ

คำตอบคงหนีไม่พ้นการ “ตอบแทนบุญคุณ” ที่คนเหล่านี้ร่วมรัฐประหาร รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยค้ำเก้าอี้ คสช. ด้วยเหตุนี้ จึงมีความสามารถพิเศษในการเข้าไปเป็นกรรมาธิการ ทำหน้าที่แทนประชาชน

กระนั้นเอง “ทหาร” ก็ไม่ได้เล่นบท “เป็นกลาง” แต่เลือกข้างชัดเจนว่าจะอยู่ฝ่ายไหน และจะเล่นงานใคร สังเกตได้จากก่อนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายรณรงค์ “โหวตโน” ถูกจับ-ถูกดำเนินคดีจำนวนมาก แต่หากรณรงค์ในทางตรงกันข้าม กลับได้รับการสนับสนุน

ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุระเบิดหลายจุดในภาคใต้ คนที่มีแนวความคิดตรงกับ “เสื้อแดง” ก็โดนทหารไปจับตัวถึงบ้านแม้จะยังไม่มีหลักฐานว่าพัวพันอะไรกับคดี และสุดท้ายก็ต้องถูกตั้งข้อหาอื่นแก้เกี้ยว เมื่อพบว่าไม่เกี่ยวอะไรกับเหตุระเบิด

จึงไม่ต้องแปลกใจว่า กระบวนการร่างกฎหมาย กระบวนการปฏิรูปด้วยฝีมือของทหาร จึงไม่อาจเป็นกลาง และไม่อาจเอื้อให้เกิดความยุติธรรมกับ “ทุกฝ่าย” เท่ากับสภาที่มีรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

แม้ที่ผ่านมา “ระบบรัฐสภา” จะห่วยแตกแค่ไหน แต่กฎหมายก็ผ่านการ “กลั่นกรอง” และตรวจสอบถ่วงดุล อย่างที่ประเทศเจริญแล้วควรจะทำ ไม่ใช่ให้คนเห็นเหมือนกันหมดเข้าไปเป็น “ตรายาง”

เพราะกระบวนการร่างกฎหมายนั้น ไม่ได้ต้องการความรวดเร็ว และออกกฎหมายใหม่ๆ ให้ได้ปริมาณมากอย่างเดียว แต่ยังต้องอำนวยความยุติธรรม เพื่อเป็นหลักประกันระบบ “นิติรัฐ” “นิติธรรม” ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

สุดท้าย กฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากคนเพียงหมู่คณะเดียว ก็จะไม่อาจได้รับการยอมรับจากประชาชนทั้งหมด และเราก็ต้องกลับมาเริ่มต้นกระบวนการเหล่านี้กันใหม่อยู่ดี

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI