
อิสรภาพบนกระดาษแผ่นเดียว
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
เรื่องคุกเรื่องตะรางใครๆ ก็กลัวไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากแม้แต่จะเฉียด ไม่ว่าจะใหญ่มาจากไหน ถ้าต้องเจอคุกอยู่ข้างหน้า แม้ปากแข็งแต่ขาสั่นทุกราย
ช่วงที่ผ่านมาในยุครัฐบาลทหาร นักการเมืองที่มีชื่อเสียงเคยใหญ่โตเป็นเสนาบดี นายแบงก์ที่มีอำนาจอนุมัติเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน หรือแม้แต่เจ้าพ่อผู้กว้างขวางหรือนักเลงโต ต่างพากันเดินพาเหรดเข้าเรือนจำกันเป็นทิวแถว และยังมีอีกจำนวนมากที่รอคิวอยู่
คนเหล่านี้กว่าจะติดคุกจริงๆ ก็ต้องรอจนศาลฎีกาพิพากษาจนถึงที่สุดเสียก่อน หากยังเป็นคดีอยู่ในกระบวนพิจารณาของศาล ไม่ว่าศาลชั้นใด ท่านทั้งหลายเหล่านี้จะใช้สิทธิใช้ทรัพย์สิน ขอประกันตัวออกไปเดินเล่น หรือไปทำกิจกรรมถนัดสร้างความปั่นป่วนให้สังคม เพียงเพราะเงินตัวเดียว และเงินบางคนเป็นเงินสกปรกที่ได้มาจากการทุจริตคอร์รัปชั่น
คุกบ้านเราคนเขาปิดกันให้แซ่ดว่า ถ้ามีเงินติดคุกก็ไม่ลำบาก เงินสามารถบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้ นั่นอาจเป็นความจริงส่วนหนึ่งแต่คงไม่ใช่ทั้งหมด คนที่ติดคุกติดตะรางยิ่งรวยยิ่งใหญ่โตมากเท่าไรก็ยิ่งทุกข์มากเท่านั้น ชีวิตความเป็นอยู่ในคุก แม้อาหารการกินจะถูกปาก เพราะเคยได้ยินว่า นักโทษ VIP สามารถสั่งอาหารจากภัตตาคารหรูเข้าไปกินในคุกได้
แต่เชื่อเถอะว่า เพียงแค่ชื่อว่าเป็นคุก เป็นเรือนจำ ไม่ว่าที่นอนจะนุ่มอย่างไร ห้องนอนจะติดแอร์เย็นฉ่ำเพียงใด หรืออาหารอร่อยแค่ไหน ก็ไม่มีใครปรารถนาอยากจะอยู่ บางคนอยากให้ความดันขึ้น อยากให้อาการป่วยกำเริบ ยิ่งป่วยหนักยิ่งดี จะได้ย้ายไปนอนโรงพยาบาลนอกเรือนจำ
มีภาษิตกฎหมายที่นักกฎหมายรู้จักกันดี คือ ในคดีอาญานั้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า จำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะได้พิจารณาพิพากษาว่ากระทำความผิด ฉะนั้น ก่อนที่ศาลจะพิพากษา ไม่ว่าคดีจะอยู่ในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาของศาล จึงให้สิทธิจำเลยในการขอประกันตัว ซึ่งภาษากฎหมายจะเรียกว่าการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณา ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติรับรองสิทธิไว้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน หรือเป็นจำเลยในชั้นศาลแล้วก็ตาม
มาตรา 106 “คำร้องขอให้ปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยชั่วคราวโดยไม่ต้องมีประกันหรือมีประกัน หรือมีประกันและหลักประกัน ไม่ว่าผู้นั้นต้องควบคุมหรือขังตามหมายศาล ย่อมยื่นได้โดยผู้ต้องหาหรือจำเลยหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง...”
คุกตะรางควรมีไว้สำหรับขังคนทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ฉะนั้น หลักการทางกฎหมายถ้ายังไม่เป็นที่ยุติว่ามีความผิด ก็ยังไม่ควรถูกจองจำ ไม่ควรสูญเสียอิสรภาพที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคน ซึ่งมาตรา 107 ได้บัญญัติรองรับสิทธิไว้ “เมื่อได้รับคำร้องให้ปล่อยตัวชั่วคราว ให้เจ้าพนักงานหรือศาลรีบสั่งอย่างรวดเร็ว และผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนพึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยอาศัยหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้...”
แม้การประกันจะเป็นสิทธิพื้นฐาน แต่หากมีเหตุผล ก็ไม่ควรให้ประกัน กฎหมายบัญญัติถึงที่จะไม่ให้ประกันตามมาตรา 108/1 ไว้ 5 ประการ
1.ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี
2.ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
3.ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น
4.ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ
5.การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล
ในปัจจุบัน การประกันในชั้นพนักงานสอบสวนเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากมีอำนาจการควบคุมตัวไม่เกิน 48 ชั่วโมง เวลาเพียง 2 วัน ไม่คุ้มกับการหาหลักประกัน และหากจะมีการประกันก็เป็นระดับผู้มากบารมี จึงไม่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ การประกันส่วนใหญ่จึงอยู่ที่ศาล
การขอประกันตัวที่ศาล จะมี 2 ประเด็นให้ศาลพิจารณา คือ มีเหตุสมควรอนุญาตให้ประกันหรือไม่ และหากอนุญาตต้องใช้หลักประกันเท่าใด
การขอประกันตัวก่อนหน้านี้ ผู้ที่ยื่นขอประกันตัวจะต้องยื่นคำร้องและนำหลักทรัพย์มายื่นต่อศาลพร้อมๆ กัน เท่ากับว่า การขอประกันจะต้องหาหลักทรัพย์ไว้แล้วโดยยังไม่รู้ว่าจะได้รับอนุญาตให้ประกันหรือไม่ แม้ศาลจะกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติเอาไว้คร่าวๆ แล้วว่า ความผิดข้อหาใด จะใช้หลักประกันเท่าใด แต่ก็เป็นแนวทางเบื้องต้น ไม่ได้บังคับตามนั้น ศาลต้องดูพฤติการณ์แห่งคดีประกอบด้วย
หากพฤติการณ์ร้ายแรงหลักประกันก็จะสูงซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา หรือหากมีข้อเท็จจริงที่ศาลเชื่อว่า ไม่มีเหตุจะให้ประกัน แม้จะมีหลักทรัพย์เพียงพอ ศาลก็จะไม่อนุญาต ซึ่งเท่ากับว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องหาหลักทรัพย์มาฟรีๆ หากเป็นหลักทรัพย์ของตนเองก็ไม่เสียหายมาก แต่ถ้าต้องไปเช่าหลักทรัพย์จากตีนโรงตีนศาล หรือแม้จะใช้บริการซื้อเบี้ยประกันบริษัทประกัน แม้ไม่ได้ประกันก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายแล้ว เป็นการสร้างภาระให้กับผู้มีฐานะยากจน
เมื่อปี 2557 อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี ท่านรังสรรค์ กุลาเลิศ ได้พลิกประวัติศาสตร์การขอประกันตัว โดยแยกการขออนุญาตประกันตัวออกจากการพิจารณาหลักประกัน ทำโครงการ “การขอประกันตัวยื่นคำร้องใบเดียว” ที่ศาลอาญาธนบุรี เป็นโครงการนำร่อง โดยให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาลด้วยคำร้องเพียงใบเดียว โดยยังไม่ต้องนำเสนอหลักประกัน ด้วยวิธีการนี้ ศาลจะใช้เวลาไม่นานในการสั่งคำร้องประกัน เมื่อศาลอนุญาตจึงจะไปหาหลักประกันมาเสนอต่อศาลตามคำสั่งศาลภายใน 7 วัน วิธีการนี้จะช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายและทำให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ต้องเผชิญกับธุรกิจเช่าโฉนดตีนโรงตีนศาล ที่เรียกค่าบริการสูงมาก และอาจเลยเถิดไปถึงสวมรอยการเรียกค่าวิ่งเต้นด้วย
โครงการคำร้องใบเดียวนี้ ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่มุมใด ล้วนแต่เป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งสิ้น แต่ก็ยังมีผู้พิพากษาบางท่านไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม เท่าที่ติดตามโครงการนี้ ทราบมาว่า ผู้บริหารระดับสูงของศาลเห็นชอบด้วย ในปัจจุบันผู้ต้องหาหรือจำเลยสามารถยื่นขอประกันตัวด้วยคำร้องใบเดียวได้ทุกศาลทั่วประเทศแล้ว
การทำโครงการนี้เป็นประโยชน์โดยตรงกับประชาชน แต่ไม่ได้เกิดประโยชน์โดยตรงกับผู้พิพากษา กลับจะเป็นการเพิ่มภาระเพิ่มงานให้กับผู้พิพากษา งานนี้ท่านรังสรรค์คงต้องใช้ความกล้าหาญที่กล้าคิดแนวทางใหม่ๆ และผลักดันให้ใช้ได้ทั่วทุกศาล เพื่อให้ตุลาการคุ้มครองสิทธิของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม







