
บจ.ลุยลงทุนโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นยังน่าสนใจหลังจากเอกชนแห่เข้าไปลงทุน บอร์ดวินเทจเพิ่มวงเงินออก บีอี วางเงินศึกษาโครงการ 15 เมกะวัตต์
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นยังน่าสนใจหลังจากเอกชนแห่เข้าไปลงทุน บอร์ดวินเทจเพิ่มวงเงินออก บีอี วางเงินศึกษาโครงการ 15 เมกะวัตต์
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (บจ.) ยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ในประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายโสรัจ โรจนเบญจกุล ประธานกรรมการบริษัท วินเทจ วิศวกรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติเพิ่มวงเงินออกและเสนอขายตั๋วแลกเงิน (บีอี) ระยะสั้นอายุไม่เกิน 270 วัน ณ ขณะใดขณะหนึ่งจากจำนวนไม่เกิน 3,500 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5,000 ล้านบาท เพื่อวางเงินมัดจำแบบเรียกคืนได้จำนวน 600 ล้านเยน หรือประมาณ 206 ล้านบาท ในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเขตภูมิภาคโทโฮคุขนาดกำลังการผลิตประมาณ 15 เมกะวัตต์ คาดว่าผลการตรวจสอบสถานะจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2560
ทั้งนี้ บอร์ดได้อนุมัติให้แต่งตั้งนายคัทซึยูกิ ทาเคอุจิ ประธานกิตติมศักดิ์ของบริษัท ซึ่งมีความรู้ความชำนาญด้านการลงทุนและด้านพลังงาน ที่ประเทศญี่ปุ่น เคยเป็นประธานบริษัท Asahi Shokuhin ปัจจุบันเป็นกรรมการตรวจสอบของบริษัท Shikoku Electricity Power
เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2559 บริษัทได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับผลตอบแทนประมาณ 95% จากการลงทุนขนาด 980.98 กิโลวัตต์ ที่เมืองอิงะ โดยขายไฟฟ้าให้กับ Chubu Electric Power Company Ltd., เป็นระยะเวลา 20 ปี และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์แล้ว
นายโสรัจ กล่าวว่า เงินบีอีที่ระดมเพิ่มยังเตรียมไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียน กรณีมีผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าติดต่อขอใช้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่มีระยะเวลาการชำระเงินแก่เจ้าของโครงการที่ยาวขึ้น เพื่อเอื้อประโยชน์ให้เจ้าของโครงการในการหาแหล่งเงินกู้ระยะยาวอีกหลายราย
บริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางของไทยออกไปลงทุนโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นหลายโครงการ ทั้งการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งกับบริษัทต่างๆ อาทิ กับบริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ ขนาด 27 เมกะวัตต์ หรือการออกไปลงทุนเองของบริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้
บริษัท ทีทีซีแอล เริ่มเข้าไปลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกในญี่ปุ่นขนาด 25 เมกะวัตต์ มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท อายุสัมปทาน 20 ปี คาดว่าจะสามารถจำหน่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในครึ่งหลังปี 2562 ทั้งนี้บริษัทยื่นแผนเข้าไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดประมาณ 50 เมกะวัตต์
สำหรับบริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก ออกไปลงทุนก่อนหน้านี้ปัจจุบันมีโครงการผลิตไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 3 โครงการ มีขนาดกำลังผลิตรวม 48 เมกะวัตต์ โดยจะเริ่ม COD ในไตรมาส 3 ประมาณ12 เมกะวัตต์ และส่วนที่เหลืออีก 36 เมกะวัตต์ จะเริ่มทยอย COD ได้ในไตรมาสแรกถึงไตรมาส 3 ปี 2560 ส่วนบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรประเทศญี่ปุ่น 2-3 ราย และบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น มีโครงการโซลาร์ญี่ปุ่น 9.50 เมกะวัตต์
ขณะที่บริษัท บางจากปิโตรเลียม ได้ซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัท SunEdison ในประเทศญี่ปุ่นมูลค่าประมาณ 2,915 ล้านบาท ได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิตรวม 198 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 13 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างก่อสร้าง 27 เมกะวัตต์ และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 158 เมกะวัตต์







