
ขุนเขา แห่งอุดมการณ์ (2)
ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ว่าด้วยความบ้าคลั่งทางการเมืองใน The Taebaek Mountains
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ว่าด้วยความบ้าคลั่งทางการเมืองใน The Taebaek Mountains
อีกประเด็นหลักของภาพยนตร์เรื่องคือความยอกย้อนในยุคที่ผู้คนใช้อุดมการณ์มาห้ำหั่นกัน คนที่มีทัศนะเป็นกลางมักถูกชิงชังจากทุกฝ่ายไม่ก็มักตายอย่างไร้เหตุผลที่สุด
ฉากหนึ่งในเรื่องเกิดขึ้นที่หมู่บ้านที่ดูสงบเรียบง่าย แต่ครั้นชาวบ้านถูกฝ่ายซ้ายบุกเข้ามาเกณฑ์คนหนุ่มไปร่วมทัพ ผู้ใหญ่บ้านที่ไม่อยากเข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเตือนลูกบ้านว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องพรรค์นี้ให้สงบปากสงบคำไว้ ครั้นวันรุ่งขึ้นฝ่ายขวาบุกเข้ามาจะฆ่าผู้ใหญ่บ้าน หาว่าปล่อยให้ลูกบ้านไปกับพวกคอมมิวนิสต์ เดชะบุญเมียผู้ใหญ่มาขวางแล้วชี้หน้าบอกว่าใครบ้างที่ลูกชายไปร่วมรบกับฝ่ายซ้าย แต่วันรุ่งขึ้นพวกฝ่ายซ้ายมาอีก คราวนี้ผู้ใหญ่บ้านผู้เป็นกลางถูกประหารฐานเมียปากโป้ง ฉากนี้ราวกับผู้กำกับต้องการจะบอกว่า คนที่ซวยที่สุดมักเป็นคนที่พยายามอยู่เงียบๆ หากเลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโอกาสรอดยังพอมี
แต่ใช่ว่าความเป็นกลางจะเป็นการกระทำที่โง่เขลา เพราะแก่นของหนังคือความเป็นกลางในยุคอันบ้าคลั่ง ซึ่งตัวแทนความเป็นกลางคือ “คิมบ็อมอู” นักคิดนักวิชาการท้องถิ่น ด้วยความเป็นกลางทำให้เขาเป็นที่เคารพในชุมชนและฝ่ายซ้ายและขวาพยายามชักจูงเขาให้ สนับสนุนฝ่ายตน ที่จริงแล้วคิมบ็อมอู เป็นภาพสะท้อนของนักวิชาการที่ทำงานอย่างเป็นกลางไม่เอียงไปโน่นทีนี่ที เขาเป็นคนที่บอกให้ทหารรู้ว่าปัญหารากฐานที่ทำให้ชาวนาเข้ากับฝ่ายซ้ายเพราะอะไร (อ่านที่ผมอธิบายไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน) และควรแก้ไขอย่างละมุนละม่อม นั่นคือการปฏิรูปที่ดิน ไม่ใช่จับไปฆ่าไปขังตะพึดตะพือ เขายังเตือนฝ่ายซ้ายว่าการดัดให้คนเท่ากันทุกกระเบียดมันเป็นไปไม่ได้ อุดมการณ์อาจจะยิ่งใหญ่สวยหรู แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก
คิมบ็อมอู ถูกประณามว่าเป็นพวกชาตินิยมไม่เอาขวาไม่เอาซ้าย และโดนขู่ว่าหากไม่เลือกสักฝ่ายชีวิตอาจอยู่ในอันตราย ซึ่งเป็นอะไรที่ลักลั่นมากเพราะคนที่รักชาติอย่างมีเหตุผล กลับมีโทษเพียงเพราะไม่ยอมเป็นขวาหรือซ้าย ราวกับว่าคนรักชาติที่อยู่กลางๆ ไม่มี มีแต่คนรักชาติที่ขวาจัด หรือพวกซ้ายสากลนิยมที่ไม่เอาชาติเลย อย่างที่คิมบ็อมอูถูกตัวละครหนึ่งตำหนิว่า “ชาติ
มาทีหลัง ความขัดแย้งทางชนชั้นมาก่อน”
แต่ครั้นกองทัพฝ่ายเหนือบุกเข้ามาเกาหลีใต้ ภารกิจแรกไม่ใช้การกำจัดศัตรูทางชนชั้น ปลดปล่อยประชาชนจากการขูดรีด แต่กลับเป็นพวกเดียวกันเองที่ถูกสงสัยว่าเป็นคนทรยศ วิธี “เสร็จนาฆ่าโคถึก” แบบนี้ คิมอิลซอง ผู้นำเกาหลีเหนือใช้มาตลอดจนกระทั่งกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่นักสู้อุดมการณ์จ๋าแบบยอมซางจิน ไม่รู้มาก่อน และรับไม่ได้เมื่อรู้ความจริง
ตอนท้ายของเรื่องเข้าสู่ช่วงกลางสงครามเกาหลีพอดี ฝ่ายเหนือเริ่มเพลี่ยงพล้ำหลังจากบุกไม่ยั้งมาติด ยอมซางจินแกนนำฝ่ายซ้ายต้องถอนทัพอย่างฉุกละหุก ก่อนจากไปเขารำพึงกับคิมบ็อมอูว่า ตอนแรกที่เขาศึกษาลัทธิมาร์กซ์เขาคิดว่ามันเป็นหลักการที่วิเศษมาก ชี้ชวนให้ทุกคนสร้างโลกที่มนุษย์เท่าเทียมกันโดยไร้การขูดรีด เขาสาบานว่าจะสร้างโลกอันวิเศษนั้นให้ได้ แม้ว่าโลกอันวิเศษนั้นจะสร้างขึ้นมาด้วยการประหัตประหารคนเห็นต่าง ด้วยคำอ้างว่าพวกนั้นเป็นคนทรยศ
คิมบ็อมอูผู้เป็นกลางตวาดว่า “ดูมือตัวองซะก่อนเถอะ นั่นมันเลือดของมนุษย์ทั้งนั้น! ตราบใดที่คุณยังใช้ประชาชนสร้างความเกลียดชัง ไม่มีอุดมการณ์อะไรที่ช่วยพวกเขาได้หรอก”
ในหนังยังมีวาทะเด็ดๆ อีกมาก เหมาะสำหรับผู้สนใจความยอกย้อนทางการเมือง โดยเฉพาะคนไทยสมควรจะเรียนรู้เอาไว้
น่าดูนะครับเรื่องนี้ มี 5 ดาวผมให้ 4







