
แก้คนหนีเข้าเมือง
การหลบหนีเข้าเมืองเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายประเทศกำลังเผชิญ ไม่ว่าประเทศกำลังพัฒนาหรือมหาอำนาจของโลก ซึ่งในแต่ละภูมิภาคมีลักษณะของปัญหาแตกต่างกันไป
การหลบหนีเข้าเมืองเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายประเทศกำลังเผชิญ ไม่ว่าประเทศกำลังพัฒนาหรือมหาอำนาจของโลก ซึ่งในแต่ละภูมิภาคมีลักษณะของปัญหาแตกต่างกันไป
กรณีกลุ่มสหภาพยุโรปยึดหลักสิทธิมนุษยชนเปิดรับผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากสงครามความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ซึ่งหลั่งไหลหาที่พึ่งพิงใหม่ แต่ก็ได้ก่อปัญหาตามมา ทั้งภัยความมั่นคง ปัญหาการก่อการร้าย ตลอดจนการแบกรับภาระงบประมาณการช่วยเหลือ
ในบ้านเราก็ประสบปัญหาการย้ายถิ่นฐานของประชากรจากเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม กระทั่งชาวจีนและชาติอื่นๆ ที่เข้าเมืองถูกกฎหมาย ผิดกฎหมาย และได้ก่อปัญหาในรูปแบบต่างๆ ขึ้นบ่อยครั้ง
ต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาการหลบหนีเข้าเมืองกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง และขาดการจัดการอย่างเป็นระบบ เนื่องจากไทยต้องการนำเข้าแรงงานจากเพื่อนบ้านจำนวนมาก
จากรายงานสถานการณ์การทำงานคนต่างด้าวในประเทศไทยปี 2556 มีทั้งสิ้น 3.68 ล้านคน จำนวนนี้ได้รับอนุญาตทำงานทั่วประเทศ ณ เดือน ธ.ค. 2558 มีอยู่ 1.44 ล้านคน ล่าสุดเดือน ก.ค. 2559 คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตคงเหลือ 1.56 ล้านคน ในจำนวนนี้อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 656,044 คน และภูมิภาคอื่น 787,430 คน
จากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าแรงงานต่างด้าวจำนวนหนึ่งได้เปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย และหันไปประกอบอาชีพอิสระอื่นๆ ทั้งที่ผิดกฎหมาย และอาชีพผิดกฎหมาย
ปัญหาดังกล่าวสะท้อนผ่านข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ได้สำรวจการประกอบอาชีพค้าขายรายย่อยของแรงงานต่างด้าวในประเทศ พบว่าแรงงานต่างด้าวมีการค้าขายในทุกระดับ ทั้งในห้างสรรพสินค้าที่มีคนต่างด้าวเป็นเจ้าของร้าน 6.9% ของจำนวนผู้ค้าทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าของแผงในตลาดนัด 1.8% เป็นเจ้าของแผงในตลาดสด 20.9% เป็นเจ้าของร้านในตลาดชุมชน 9.7% ในจำนวนนี้เจ้าของร้านหรือแผงค้าสัญชาติเมียนมามีมากที่สุดถึง 44.5% กัมพูชา 21.4% ลาว 19.8% เวียดนาม 4.4% จีน 1.6% ชนกลุ่มน้อย 5.5% และอื่นๆ 2.7%
สภาพัฒน์สรุปว่าปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดการแย่งอาชีพคนไทย เงินรั่วไหลออกนอกประเทศ ปัญหาอาชญากรรม การแพร่ระบาดของโรค ฯลฯ
ฉะนั้น จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ หน่วยงานภาครัฐทั้งฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานอื่นต้องทบทวนมาตรการการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพ เพราะนอกจากปัญหาการแย่งงานแล้ว ยังมีกลุ่มอาชญากรข้ามชาติเข้ามาใช้พื้นที่ประเทศไทยหลบซ่อนตัว และซ่องสุมก่อเหตุรุนแรงจนเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว
ควบคู่กันไปภาครัฐจะต้องพัฒนาทักษะแรงงานภายในประเทศให้สามารถรองรับการจ้างงานตรงความต้องการของตลาด พร้อมเร่งจัดระเบียบการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง เพื่อให้การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของคนต่างชาติอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย และไม่เป็นปัญหาบานปลายจนยากจะแก้ไขในวันหน้า







