
อธิบดีกรมศิลป์ ให้นักวิจัยยึดจรรยาบรรณ
การสัมมนาทางวิชาการ วิจัย วิจักขณ์ สิปปวิทยาการ ของกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 22-23 ส.ค. 2559
โดย...ส.สต
การสัมมนาทางวิชาการ วิจัย วิจักขณ์ สิปปวิทยาการ ของกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 22-23 ส.ค. 2559 ที่หอวชิราวุธานุสรณ์ อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เตือนนักวิจัยของกรมศิลปากร ให้ยึดจรรยาบรรณ ให้เครดิต แม้กระทั่งชาวบ้านที่ชี้ทาง รวมทั้งไม่ลำเอียง และไม่ละเมิด ในการสร้างงานที่เป็นองค์ความรู้ใหม่
ในการกล่าวนำเรื่องการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ก่อนนักวิชาการจะเสนองานวิจัย อนันต์ กล่าวว่า ความรู้ในโลก้ 3 หลักใหญ่ คือ 1.ความรู้เรื่องมนุษย์ในระบบจักรวาล ที่พบว่าโลกที่มีมนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ 2.ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เช่นที่พบว่ามนุษย์มีมาแล้ว 3 ล้านปี แต่ 3 ล้านปีนั้นมนุษย์มีพัฒนาต่างจากบรรพบุรุษเดิมมาก เทียบจาก ลูซี่ (มนุษย์ลิง ยุคแรก) ที่เป็นบรรพบุรุษเดิม และ 3.คือเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์ได้รับความสะดวก สบาย ท่านอธิบดีอนันต์ กล่าวว่า ถ้าพี่น้องตระกูลไรท์ ตื่นขึ้นมาคงต้องตกใจ ที่เห็นเครื่องบิน แอร์บัส สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้หลายร้อยคน และเดินทางข้ามทวีปโดยไม่ต้องจอดอีกต่างหาก เพราะสองพี่น้องตระกูลไรท์ คิดแต่แรกเป็นเครื่องบินปีก 2 ชั้น ลำเล็กๆ เท่านั้น
อธิบดีอนันต์ ยังให้การบ้านนักโบราณคดี เพื่อวิจัยต่อไป เช่นให้ไปค้นหาว่าเมืองฉอด ของขุนสามชล นั้นอยู่ที่ไหน เพราะเมืองนี้ที่ทำให้พ่อขุนรามคำแหง ดังและได้รับการยอมรับ ที่สามารถรบชนะขุนสามชล เจ้าเมืองฉอดได้
ในเรื่องของพระเจ้าอู่ทอง ก็ต้องไปวิจัยมาให้ได้ ว่าแท้จริงแล้วมาจากไหน รวมทั้งขอให้สำนักโบราณคดี ไปวิจัยหาดูท่าเรือยุคแรกทางใต้ นั้นว่าอยู่ที่ไหน หากพบสามารถสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลทุกยุคที่ต้องการสร้างแลนด์บริดจ์ขึ้นมา เพราะเรื่องนี้มิใช่ของใหม่ หากมีมาแต่โบราณกาลแล้ว
ในฐานะที่เคยเป็นผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 อธิบดีอนันต์เล่าเรื่องจุดอ่อนเมืองสุโขทัยในอดีตว่าเป็นเหมือนเมืองตาบอด ขยายเมืองไม่ได้เพราะมีลำคลองเป็นอุปสรรค ส่วนอยุธยานั้นเป็นเมืองเปิด จะไปเมืองไหนก็ได้ อยุธยาจึงเลี้ยงดูคนไม่หวาดไม่ไหว จำต้องกวาดต้อนผู้คนมาอยู่ในเมือง
ก่อนจบการกล่าวนำ ท่านอธิบดีเรียกร้องให้นักวิจัยมีจรรยาบรรณ ควรให้เกียรติแม้กระทั่งชาวบ้านที่เป็นผู้นำทาง และต้องไม่ลำเอียง ไม่ละเมิด ใช้งานของใครต้องอ้างอิง อย่างุบงิบ เมื่อทำวิจัยเรื่องอะไร ต้องมีความรู้เรื่องนั้น เพราะประโยชน์จากงานวิจัยนั้นมีคุณค่า ช่วยกันทำเถิด
การจัดสัมมนาวิชการ วิจัย วิจักขณ์ สิปปวิทยาการ ณ หอวชิราวุธานุสรณ์ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 22-23 ส.ค. 2559 โดยมีนักวิจัยเสนอผลงานสู่เวทีสัมมนาถึง 40 เรื่อง กรมศิลป์ จึงต้องจัดห้องสัมมนาเป็น 2 ห้อง นอกจากห้องศรีอยุธยา ของหอวชิราวุธานุสรณ์ ที่ปรับปรุงใหม่แล้ว ได้จัดที่ห้องประชุมสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่สำนักจดหมายเหตุอีก 1 ห้อง ผู้ฟังต้องวิ่งรอก สนใจฟังเรื่องอะไรก็ตามไปห้องนั้น
ในคำนำหนังสือรวมงานวิจัย วิจักขณ์ สิปปวิทยาการ กล่าวถึงภารกิจว่ากรมศิลป์มุ่งมั่นปฏิบัติให้เกิดงานวิจัยติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งไม่เพียงตอบสนองยุทธศาสตร์ แผนการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศ ด้านสังคมและวัฒนธรรมโดยตรงแล้ว หากยังเป็นส่วนบูรณาการเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประชาชนและสังคมโดยรวมอีกด้วย
ส่วนผลงานวิจัยมีถึง 40 เรื่อง ขอยกตัวอย่างเพียง 2 เรื่องคือ แหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด ข้อมูลใหม่จากการขุดค้นทางโบราณคดี ปี พ.ศ. 2559 โดย ธีรศักดิ์ ธนูศิลป์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ที่เสนอการขุดค้นหลุมศพ 3 หลุมที่บ้านวังหาด ซึ่งเป็นการพบใหม่ และยังไม่สามารถบอกได้ว่าอยู่ในยุคไหน
อีกเรื่องหนึ่ง คือลับแลจีนในจิตรกรรมฝาผนังวัดสุทัศนเทพวราราม ความแปลกใหม่แต่กลมกลืนในจิตรกรรมสมัยรัชกาลที่ 3 เสนอโดย ศรินยา ปาทา สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งผู้วิจัยอธิบายความหมายของคำว่า ลับแล ประเด็นที่มาของลับแล และว่าที่เลือกศึกษาที่วัดสุทัศน์เพราะพบว่ามีลับแลจำนวนมาก
ส่วนหัวข้ออื่น ติดตามอ่านได้ในหนังสือรวมงาน การสัมมนาทางวิชาการ วิจัย วิจักขณ์ สิปปวิทยาการ ของกรมศิลปากร







