
โจรออนไลน์ ปล้นได้24ชั่วโมง
“ที่ไหนมีเงิน ที่นั่นมีโจร” คำกล่าวนี้ไม่เกินความเป็นจริง เพราะอาชญากรรมทางการเงินเกิดขึ้นอยู่เสมอ
“ที่ไหนมีเงิน ที่นั่นมีโจร”
คำกล่าวนี้ไม่เกินความเป็นจริง เพราะอาชญากรรมทางการเงินเกิดขึ้นอยู่เสมอ มีทั้งการก่อเหตุแบบดั้งเดิม คือ การจี้ ปล้น ปลอมแปลงเอกสาร ฯลฯ และการใช้วิธีการขโมยแบบไฮเทคโนโลยี เจาะระบบธนาคาร ขโมยโทรศัพท์มือถือ ขโมยรหัสการใช้บริการการเงินทางอินเทอร์เน็ต ดอดขโมยเงินจากบัญชีของเป้าหมายออกมา
สถิติการเกิดอาชญากรรมทางการเงินออนไลน์สูงขึ้นเรื่อยๆ และแทบจะไม่มีการใช้บริการทางการเงินแบบไหนที่ปลอดภัย 100%
อนุชิต อนุชิตานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเกียรตินาคิน ที่ปรึกษาระบบการชำระเงินของรัฐบาล เปิดเผยว่า ความเสี่ยงของการใช้บริการทางการเงินมีอยู่เสมอ ปัจจุบันข้อมูลส่วนตัวของประชาชนไม่เป็นความลับอีกต่อไป มิจฉาชีพหาข้อมูลเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะซื้อขายสินค้าออนไลน์ ก็ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด เช่น เลขที่บัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือกรอกข้อมูลชิงโชคแคมเปญต่างๆ ก็เป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทั้งสิ้น
“การสมัครใช้บริการใดๆ เดี๋ยวนี้ก็ต้องให้ข้อมูลทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นวันเดือนปีเกิด ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์บ้านและที่ทำงาน อีเมล ฯลฯ หรือแม้กระทั่งการใช้บริการเฟซบุ๊ก ไลน์ ก็ต้องให้ข้อมูลทั้งสิ้น ดังนั้นคนที่กลัวว่าสมัครใช้บริการระบบชำระเงินพร้อมเพย์แล้วข้อมูลส่วนตัวจะรั่วไหล เพราะปัจจุบันคนเราแทบไม่มีความลับอะไรเหลืออยู่แล้ว” อนุชิต กล่าว
ความไม่ลับนี่เอง เป็นช่องโหว่ที่ทำให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนทั้งโลกมีความเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหาย หากวันใดโชคร้ายเดินมาเคาะกระเป๋าเงิน
การรู้จักวิธีการป้องกันตัวเองจากภัยออนไลน์ จะทำให้ชีวิตและทรัพย์สินของเราปลอดภัยจากโจรโลว์เทค และโจรไฮเทคที่จ้องขโมยเงินของเราตลอด 24 ชั่วโมงได้ระดับหนึ่ง







