posttoday
หนุนไทยเร่งปฏิรูปการศึกษา ชี้กว่าจะเห็นผลต้องรอ 10 ปี

หนุนไทยเร่งปฏิรูปการศึกษา ชี้กว่าจะเห็นผลต้องรอ 10 ปี

23 สิงหาคม 2559

นักวิชาการชี้ 16ปีไทยปฏิรูปการศึกษาไม่สำเร็จสูญเสียโอกาสสร้างรายได้ให้ประเทศไปแล้วกว่า 1.5 ล้านล้านบาท

นักวิชาการชี้ 16ปีไทยปฏิรูปการศึกษาไม่สำเร็จสูญเสียโอกาสสร้างรายได้ให้ประเทศไปแล้วกว่า 1.5 ล้านล้านบาท

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยในงานสัมมนา Thailand Strategic Giving จัดโดยวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยการสนับสนุนของมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ว่า 10 ปีก่อนไทยพยายามปฏิรูปการศึกษาแต่ไม่สำเร็จทำให้เสียโอกาสไปมาก อ้างอิงผลวิจัยนักวิชาการต่างประเทศพบว่า ถ้าปฏิรูปการศึกษาสำเร็จเหมือนโปแลนด์ 10 ปีผ่านไปนักเรียนมีคะแนนประเมินสมรรถนะการใช้ความรู้และทักษะเพื่อเผชิญกับโลก (พีซ่า) เพิ่ม 48-50 คะแนน จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โตขึ้นปีละ 0.14% หรือ 1.1 แสนล้านบาท รวม 16 ปีทำให้จีดีพีเพิ่ม 1.5 ล้านล้านบาท รายได้ต่อครัวเรือนระดับปานกลางเพิ่ม 200 บาทต่อเดือน รายได้ครัวเรือนสะสมที่เพิ่ม 16 ปีกว่า 1.73 หมื่นบาท แต่ไทยปฏิรูปไม่สำเร็จก็สูญเสียโอกาสนี้ไป

ทั้งนี้หากเริ่มปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่วันนี้ต้องใช้เวลากว่า30 ปีกว่าที่แรงงานใหม่ที่มีทักษะดีขึ้นจะกินสัดส่วนครึ่งหนึ่งของกำลังแรงงานในประเทศ โดยจะเริ่มเห็นผลการปฏิรูปการศึกษาเมื่อครบ 10 ปี คนเหล่านี้จะทยอยเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต ซึ่งเมื่อคนเหล่านี้มีทักษะเพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มผลผลิตและมีผลให้จีดีพีเติบโต ซึ่งการลงทุนปฏิรูปจะเห็นผลตอบแทนดีที่สุดต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนวัยเรียนเพราะที่ผ่านมาพบว่าเด็กไทยเริ่มมีปัญหาสะสมมาตั้งแต่ช่วงนั้น

"ก่อนวัยเรียน สิ่งที่พบคือเด็กไทยมีพัฒนาการต่ำกว่าวัย ปัญหายิ่งทวีคูณขึ้นถ้าอยู่ในต่างจังหวัดและปัญหาจะตามต่อพอถึงประถมศึกษา เด็กจำนวนไม่น้อยอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ พอเข้าสู่มัธยมศึกษา 32% ของเด็กทั่วประเทศอ่านแล้วจับใจความไม่ได้ ยิ่งถ้าดูเฉพาะชนบทจะสูงถึง 47% โดยมีเด็กแค่ 6 ใน 10 คนที่เรียนจนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากนั้นเมื่อเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย จะพบว่ามีแค่ 1 ใน 3 คนเท่านั้น ที่เรียนมาตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 จนจบมหาวิทยาลัย"นายเศรษฐพุฒิ กล่าว

นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในหัวข้อบทบาทของการบริจาคเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยว่า สังคมไทยต้องปรับเรื่องการบริจาค ช่วยเหลือ จากเดิมคำนึงว่าตัวเองได้อะไร องค์กรได้อะไร ต้องเปลี่ยนทัศนคติเป็นการบริจาคเพื่อให้สังคมได้อะไร ช่วยเพื่อให้เกิดความเจริญงอกงามต่อไปได้ไม่ใช่แค่การช่วยเพื่อให้อยู่ต่อไปเฉยๆ จึงจะเป็นการให้ที่สร้างมูลค่า โดยการลงทุนต้องแน่ใจว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งการลงทุนด้านการศึกษาจะช่วยแก้ปัญหาสังคมให้ดีขึ้นได้ เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่รัฐ สังคม ต้องเข้าใจและทำไปด้วยกัน

นายลอเรนซ์ เลียน ประธานมูลนิธิ เลียน ฟาวเดชั่น จากสิงคโปร์ กล่าวว่า ผู้ก่อตั้งนี้ทำธุรกิจสถาบันการเงินและอื่นๆ มาก่อนและได้ก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหากำไรขึ้นมาเพราะเชื่อว่าผู้เล่นในตลาดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ หากรอแต่รัฐบาลก็จะต้องรอจนกว่าจะเจอรัฐบาลที่ดีมากๆ จึงลงมือทำเอง โดยเริ่มก่อตั้งมูลนิธิเมื่อปี 2546 เน้นลงทุนด้านการศึกษาเจาะกลุ่มวัยก่อนเข้าเรียน พุ่งเป้าไปที่เด็กยากจน

น.ส.โมนา ศิวรังสรรค์ ผู้อำนวยการมูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า การให้ทุนการศึกษาเด็กนักเรียนอย่างเดียวเป็นการช่วยเหลือที่ไม่ได้ผล แต่ต้องทำงานร่วมกับองค์กรอื่นๆ เพื่อไปพัฒนาโรงเรียนควบคู่ไปกับการให้ทุนการศึกษาเด็กที่ขาดโอกาส ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว โดยการลงทุนลักษณะนี้ระยะสั้นเด็กมีความสุขกับการเรียน ครูมีความสุขกับการสอน ระยะกลางเด็กเรียนแล้วนำไปสู่อาชีพใหม่ๆ ได้ มีทางเลือกมากขึ้น และระยะยาวนำไปสู่สังคมที่ดีขึ้นได้

หนุนไทยเร่งปฏิรูปการศึกษา ชี้กว่าจะเห็นผลต้องรอ 10 ปี

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้