
"มีชัย"เชื่อ 24 ส.ค.ได้คำตอบแก้ร่างรธน.ปมคำถามพ่วง
"มีชัย"ย้ำรอดู 24 ส.ค.หลังหารือสนช.ได้คำตอบแก้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอำนาจสว.เลือกนายกฯ
"มีชัย"ย้ำรอดู 24 ส.ค.หลังหารือสนช.ได้คำตอบแก้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอำนาจสว.เลือกนายกฯ
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า กรธ.จะปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงก่อนที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยจะฟังสิ่งที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอมา ส่วนจะเขียนอย่างไรก็เป็นความรับผิดชอบของกรธ. เพราะจะต้องไปเผชิญกับศาลรัฐธรรมนูญ จึงต้องเขียนตามที่กรธ.คิดว่า อ่านได้จากคำถามพ่วง
ทั้งนี้ ซึ่งจากหารือร่วมกันระหว่าง กรธ.กับ สนช.เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่มีข้อสรุปร่วมกัน กรธ.เพียงแต่ฟังว่า ทางสนช.คิดเห็นอย่างไรกับคำถามพ่วงกว้างหรือแคบแค่ไหน และหากมีเพิ่มเติม สนช.ก็สามารถมาพบกรธ.ได้วันที่ 24 ส.ค.นี้ ที่จะมีการปรับแก้ หากไม่มีก็ไม่ต้องมา
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า หากเป็นไปอย่างที่ สนช.เสนอโดยให้สว.เป็นผู้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี จะเป็นการตบตาประชาชนว่าให้รับไปก่อนแล้วมามัดมือชกแก้ที่หลังหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ตอบไม่ได้ เพราะหลักมีอยู่แค่ว่า กรธ.ต้องเขียนตามคำถามพ่วง มีแค่ไหนก็แค่นั้น
"คำบางคำในคำถามพ่วงใช้ภาษาชาวบ้าน เราอยากแก้ เพราะจะเกิดปัญหา แต่เราก็ไม่แก้ เพราะภาษาในคำพ่วงว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น"นายมีชัย กล่าว
เมื่อถามต่อว่า ทางกรธ.จำเป็นต้องถามความเห็นรัฐบาลหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า คำถามพ่วงไม่ได้จากรัฐบาล ถ้าไปถามรัฐบาลก็ได้แต่ตอบความรู้สึก จึงอย่านำไปเกี่ยวกับรัฐบาล เมื่อคำถามพ่วงมาจาก สนช.ก็ควรฟังจากสนช. แต่ฟังแล้วไม่ได้แปลว่า กรธ.ต้องทำตาม เพราะถ้าเห็นด้วยก็โอเค แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็จะเขียนไปตามที่เห็น
เมื่อถามต่อว่า หากสว.จะเสนอชื่อนายกฯได้จริง ภาพการเมืองในอนาคตจะเป็นปัญหาหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปกลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ขอให้รอดูสิ่งที่กรธ.เขียนก่อน ส่วนสนช.โยนความรับผิดชอบกลับมาให้กรธ.ว่า หากกรธ.อยากเขียนหรือไม่เขียนก็ได้ ไมใช่ความอยากของกรธ. กรธ.จะอยากหรือไม่อยากอย่างไร อยู่ที่คำถามพ่วงว่าเขียนอย่างไรก็อย่างนั้น
"เพราะ กรธ.เองก็อยากเพิ่มคำถามพ่วงเป็นอีก1 มาตรายังไม่กล้าเลย เพราะตอนไปทำประชามติถามประชาชนมี 279 มาตรา ดังนั้น จึงต้องมาทางแทรกเพื่อคง 279 มาตราไว้ ดังนั้น ต้องยึดหลักว่า เมื่อไปทำประชามติแล้ว ประชาชนก็โหวตรับแล้ว ก็แปลว่า รับตามนั้น"
เมื่อถามว่า สนช.ตีความคำว่า ร่วมพิจารณา หมายถึงให้สว.ร่วมเสนอชื่อนายกฯตั้งแต่แรก นายมีชัย กล่าวว่า ใครคิดอะไรก็แสดงออกได้ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนตนไม่สามารถตอบได้ ดังนั้น จึงขอให้รอวันที่ 24 ส.ค.นี้ ถ้ากรธ.เขียนเสร็จก็จะนำมาเปิดเผย
ทั้งนี้ โดยจะมีคำอธิบายกำกับ และจะเขียนออกมาให้ชัดไม่ต้องไปแปลความ ยกเว้นบางคำที่เราแก้ไม่ได้ เช่น คำว่า นับแต่วันที่มีรัฐสภา เป็นต้น ซึ่งกรธ.คิดว่าเป็นภาษาชาวบ้าน ทั้งที่ความจริงอยากเขียนให้ชัดกว่านี้ แต่เมื่อใช้คำนี้ไปถามประชาชน กรธ.ก็ต้องใช้คำนี้
เมื่อถามว่า การปรับแก้มีประเด็นอะไรที่เป็นกังวลหรือกดดันบ้างหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ไม่กดดัน เพราเป็นหน้าที่ของกรธ. ที่ต้องปรับแก้ไข ถามว่าต้องรับข้อเสนอของเครือข่ายแม่น้ำ 5 สายมาปรับแก้ไขทั้งหมดด้วยหรือไม่นั้น “เหมือนกับที่ผู้หญิงไปรับหมั้นชายหนุ่มแล้ว ภายหลังมีหนุ่มมาชอบ ก็คงจะสายไปแล้ว”
เมื่อถามต่อถึงข้อเสนอของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ที่มองว่าควรในกระบวนการเสนอชื่อนายกฯ ส.ว.ควรเข้าไปมีส่วนร่วม เพื่อแก้ปัญหากรณีที่คนที่ประชาชนชอบไม่ได้รับเลือกตั้งเพื่อแก้ไขเดทล็อคทางการเมือง นายมีชัย กล่าวว่า หากเสนอตอนทำร่างรัฐธรรมนูญก็อาจเป็นไปได้ แต่ตอนนี้มันผ่านไปแล้ว
เมื่อถามย้ำกว่า กรณีการเลือกนายกฯ ในสภาฯ ไม่มีกำหนดล็อคเวลาว่าต้องให้ได้นายกฯ เมื่อใด จึงอาจเป็นประเด็นขึ้นได้ นายมีชัย กล่าวว่า ในร่างรัฐธรรมนูญมีทางออกโดยธรรมชาติอยู่แล้ว คือ ให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่
ซึ่งหากสภาฯ ชุดแรกหลังจากการเลือกตั้ง คุยกันไม่ลงตัว รัฐบาลปัจจุบันก็จะอยู่ไป ทั้งนี้การนับวาระของรัฐบาลใหม่นั้นให้เริ่มจากวันเลือกตั้ง ดังนั้นหากนักการเมืองตกลงกันไม่ได้ จนเวลาเลยไปกว่า 2 ปี รัฐบาลปัจจุบันก็จะอยู่ต่อไป และหากในช่วงผ่านไป 2 ปี แล้วตั้งรัฐบาลได้ เขาจะมีวาระอยู่ในตำแหน่งเพียง 2 ปีที่เหลือ ดังนั้นเป็นเหตุผลสำคัญที่นักการเมืองต้องรีบตกลงกันให้ได้โดยเร็ว







