posttoday
ทัวร์ศูนย์เหรียญ ไกด์เถื่อน นอมินีจีน ‘กินรวบ’ท่องเที่ยวไทย

ทัวร์ศูนย์เหรียญ ไกด์เถื่อน นอมินีจีน ‘กินรวบ’ท่องเที่ยวไทย

17 สิงหาคม 2559

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจได้บุกทลายบริษัทท่องเที่ยวผิดกฎหมายหลายแห่ง ส่วนใหญ่ยังคงเป็นปัญหา ทัวร์ศูนย์เหรียญ การใช้มัคคุเทศก์เถื่อน หรือแม้แต่ปัญหาต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในไทยโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทน หรือนอมินี ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 

ชนะพันธ์ แก้วกล้าไชยวุฒิ อุปนายกและเลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงการท่องเที่ยวมานานหลายสิบปี บอกว่า ต้องยอมรับว่าทุกปีมีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยจำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มคนจีนมาเยี่ยมญาติในไทย 2.กลุ่มคนจีนแฝงมาในรูปแบบท่องเที่ยว และ 3.กลุ่มคนจีนมาไทยเพื่อหลบหนีไปประเทศที่สามหรือกลุ่มทัวร์ลูกหมู

ประเด็นปัญหาไกด์เถื่อน ต้องยอมรับว่าไกด์ส่วนนี้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน โดยอาสาไปแลกเงินให้ เพราะชาวจีนส่วนใหญ่พกเงินหยวนมาเที่ยว ไกด์จึงอาสานำไปแลกเพื่อได้ส่วนต่าง เฉลี่ยจากกรุ๊ปทัวร์ 10-15 คน ต่อคนประมาณหลักพันบาท หรือแม้การพาไปดูโชว์คาบาเรต์ ช็อปปิ้ง ขายออปชั่นท่องเที่ยวเสริม ทุกอย่างไกด์ได้เงินหมด

ชนะพันธ์ เล่าว่า ร้อยละ 90 ไกด์จะไม่มีค่าจ้างถ้าทำทัวร์เอง แต่การทำแบบได้ค่าจ้าง บริษัทจะห้ามขายออปชั่นเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยว จึงทำให้นักท่องเที่ยวสบายใจ ส่วนกลุ่มไกด์ที่เลือกไม่ทำกับบริษัทและไม่มีค่าจ้าง เพราะพวกเขามองว่าสามารถหารายได้มากกว่าจากนักท่องเที่ยว โดยปกติบริษัทจะจ้างไกด์วันละ 2,000 บาท แต่ไกด์ส่วนใหญ่กลับไม่เห็นด้วย จึงกลายเป็นปัญหาเกิดขึ้น

สำหรับไกด์เถื่อนหรือไกด์ต่างชาติ จะจ้างไกด์ที่มีบัตรอนุญาตถูกต้องทำงานควบคู่กันไป ไกด์กลุ่มนี้จะได้เปรียบเรื่องภาษาจึงทำให้ได้กำไรมากกว่า ซึ่งความแตกต่างนั้นคือไกด์ไทยเป็นคนไทย ส่วนไกด์เถื่อนเป็นชาวต่างชาติ ส่วนสถานที่เที่ยว กิน ดื่ม ช็อปปิ้ง ก็แหล่งเดียวกับไกด์ไทยทั้งหมด

“ไกด์ทุกคนมุ่งกำไรมากกว่าบริการ ไกด์เก่งๆ เยอะ ไกด์ไร้คุณภาพก็เยอะ เวลาออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมต่างๆ ก็ให้ไกด์ที่พอไหวออกมาเรียกร้อง ตอนนี้มีไกด์ขึ้นทะเบียนภาษาจีนถูกต้องตามกฎหมายอยู่ประมาณ 1 หมื่นกว่าคน แต่ทำทัวร์จริงไม่ถึงครึ่ง ที่เหลือมีอาชีพหลักอยู่แล้ว” อุปนายกและเลขาธิการสมาคม ระบุ

ชนะพันธ์ ชำแหละปัญหาการกินหัวคิวของไกด์ว่า ในแต่ละปีนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาไทย เฉลี่ยแล้ว 65% มาในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ ทั้งนี้ ไกด์ 1 คน จะดูแลนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 800 คน/ปี จากลูกทัวร์ 3 กรุ๊ป กรุ๊ปละ 20 คน/1 เดือน ซึ่งจะต้องใช้ไกด์ไทยที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องจำนวน 8,125 คน/ปี ส่วนอีก 35% มาในรูปแบบนักท่องเที่ยวอิสระที่มาเองไม่ได้พึ่งบริษัททัวร์ ซึ่งเฉลี่ย 5-6 คน ใช้ไกด์หนึ่งคน รวมแล้วกลุ่มนี้ต้องใช้ไกด์ 5,833 คน/ปี

เมื่อบริษัททัวร์จีนเห็นว่าบริษัททัวร์ไทยเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวได้มาก ก็ควรต้องส่งเงินให้ทางบริษัททัวร์จีน หรือเรียกว่า “KB คิกแบ็ก” หรือการคืนด้วย เพราะไทยไปซื้อทัวร์จากฝั่งจีน บริษัททัวร์จีนจึงถามไกด์ว่าจะมีส่วนไหนแบ่งคืนกลับมาให้บริษัททัวร์จีนได้บ้าง

“สุดท้ายจึงลงมาที่การขอส่วนต่าง 100 บาท จากการแลกเงิน 1,000 บาท ก็ยังเหลืออีก 900 บาท บวกกับเฉลี่ยตามออปชั่นแตกต่างออกไปอาจได้ 500 หรือ 1,000 บาท นานเข้าจึงกลายเป็นเงินคงที่ตายตัว เวลากรุ๊ปทัวร์มาต้องจ่ายแล้วหัวละ 1,000 บาท ที่ต้องจ่ายให้กับบริษัททัวร์ ไกด์ที่พบได้ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย อันนี้คือค่าหัว แต่ไกด์ไม่เคยบ่นเรื่องค่าหัว เพราะหาได้มากกว่า 2-3 เท่าโดยเก็บคืนจากนักท่องเที่ยว นี่คือจุดเริ่มต้นของค่าหัว” ชนะพันธ์ กล่าว

อุปนายกและเลขาธิการสมาคม ยังชี้แจงปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญว่า คำว่า ศูนย์เหรียญ เป็นภาษาพูดในทัวร์ แต่ไม่ใช่ศูนย์เหรียญกับนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวเหล่านั้นเดินทางมามีค่าใช้จ่ายหมด ทั้งค่าตั๋ว ค่าวีซ่า เฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวจีนจะใช้เงินท่องเที่ยวในไทยประมาณ 3.5-5 หมื่นบาท

อีกปัญหาที่เรื้อรังคือ “นอมินี” ทางธุรกิจ ชนะพันธ์ แจกแจงว่า มี 2 รูปแบบหลัก 1.นักลงทุนปกติทั่วไป อาจเคยเป็นไกด์เถื่อนและลงทุนกับคนไทย และ 2.บริษัททัวร์จีนมาเปิดบริษัทในไทย

รูปแบบที่ 2 ถือว่าน่ากลัวมาก เพราะบริษัทเหล่านี้เขาจะขายทุกอย่างของประเทศไทย แล้วนำเงินที่ได้จากการทำธุรกิจกลับประเทศจีน ดังนั้นเราต้องห้ามให้คนเหล่านี้มากระทำการในรูปแบบ
นอมินี โดยว่าจ้างคนไทยเป็นหุ่นเชิด แต่เบื้องหลังคือมีชาวจีนนั่งบริหารอยู่ มากกว่านั้นนอมินีเหล่านี้จะขยายเปิดร้านขายสินค้าทำธุรกิจหารายได้และหอบเงินกลับจีนหมด หรือเรียกว่า “กินรวบ”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน