
หวั่นเอกชนเลี่ยงจ่ายกบช.
ทีดีอาร์ไอ เกรงเอกชนหัวหมอ เปลี่ยนสัญญาจ้างพนักงานเลี่ยงการจ่ายสมทบกองทุน กบช.
ทีดีอาร์ไอ เกรงเอกชนหัวหมอ เปลี่ยนสัญญาจ้างพนักงานเลี่ยงการจ่ายสมทบกองทุน กบช.
นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า การเตรียมจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ ในกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ให้แรงงานในระบบที่มีอายุตั้งแต่ 15-60 ปี ครอบคลุมลูกจ้างเอกชน ลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการ พนักงานของรัฐและพนักงานของวิสาหกิจ จะเป็นประโยชน์กับลูกจ้างกลุ่มนี้อย่างมาก เพราะจะมีเงินอีกก้อนไว้ใช้หลังเกษียณอายุ
“ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะปัจจุบันลูกจ้างหรือผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบประกันสังคมจะมีเงินกองทุนชราภาพ หรือเงินบำนาญไว้ใช้ในยามเกษียณได้เฉลี่ยเดือนละ 4,000 บาท ซึ่งไม่พอใช้” นายยงยุทธ กล่าว
นายยงยุทธ ตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐตั้งกองทุนภาคบังคับ มีความเป็นไปได้ว่าบริษัทเอกชนอาจจะมีวิธีการหลีกเลี่ยงการสมทบเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เช่น เปลี่ยนรูปแบบการจ้าง เป็นการทำสัญญาจ้างแบบปีต่อปี หรือการแยกคอนแท็กต์สัญญา หรือมีการจ้างงานแบบเหมา เพื่อลดภาระการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในระยะยาว เนื่องจากปกติบริษัทที่มีกำไรก็จะจ่ายโบนัสให้กับพนักงานแต่ละปี
“แต่ถ้ามีการผูกพันระยะยาว จะต้องจ่ายให้พนักงานทุกเดือนเข้ากองทุนฯ อาจจะมีเสียงร้องเรียน เพราะปัจจุบันมีกฎหมายบังคับให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมอยู่ 5%” นายยงยุทธ กล่าว
นักวิชาการทีดีอาร์ไอ กล่าวอีกว่า ปกติบริษัทขนาดใหญ่ส่วนใหญ่จะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่บ้างแล้ว เพราะต้องการจะรักษาพนักงานได้ในระยะยาว แต่เป็นห่วงว่าบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กอาจไม่มีกำไรมากพอจะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ด้าน นายโกวิท สัจจวิเศษ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ เพราะลูกจ้างจะมีเงินเก็บไว้ใช้ในช่วงเกษียณอายุมากขึ้น แต่ต้องถามนายจ้างด้วยว่า ยินดีจะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะถือเป็นต้นทุนของนายจ้างที่เพิ่มขึ้น
สำหรับแนวความคิดจะโยกเงินกองทุนชราภาพของประกันสังคมไปให้ กบช.บริหารนั้น เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ระบุว่า ยังไม่เคยมีการหารือกันในเรื่องนี้
ทั้งนี้ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับสำหรับแรงงานในระบบ กำหนดอายุตั้งแต่ 15-60 ปี ครอบคลุมลูกจ้างเอกชน ลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการ พนักงานของรัฐ พนักงานของวิสาหกิจ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งสิ้น 11.7 ล้านคน







