
ฝ่ายประชาธิปไตยจะทำอะไรดี
โดย...โคทม อารียา
โดย...โคทม อารียา
เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านการเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ในการออกเสียงประชามติ ฝ่ายประชาธิปไตยก็พึงยอมรับผลนั้น และพึงแสดงความยินดีแก่ผู้ที่ได้ชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นฝ่าย คสช. หรือ กรธ. จากนั้นก็พึงไตร่ตรองถึงเหตุที่นำไปสู่ผลดังกล่าว ตลอดถึงเรื่องที่ฝ่ายประชาธิปไตยพึงจะทำทั้งในระยะสั้นและระยะยาวรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ที่กำลังจะประกาศใช้มีลักษณะประชาธิปไตยครึ่งใบ จึงไม่น่าจะถูกใจฝ่ายประชาธิปไตยเท่าไรนัก แต่เหตุที่ทำให้ผ่านประชามติอาจไม่ใช่การมองข้ามประชาธิปไตย หากมีหลายสาเหตุด้วยกัน ถึงแม้จะยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างจริงจัง แต่ก็ขอเสนอเป็นสมมติฐานในเบื้องต้นว่า สาเหตุที่สำคัญคือการใช้อำนาจรัฐหนุนร่างรัฐธรรมนูญและสกัดผู้เห็นต่างอย่างได้ผล และการใช้วาทกรรมของ กรธ.ที่เผยแพร่ทางสื่อต่างๆ รวมทั้งสื่อที่ กกต.แจกจ่ายไปตามบ้านก็ได้ผล
วาทกรรมเช่นว่าจะปราบโกง จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย จะปฏิรูป จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเพราะบ้านเมืองไม่วุ่นวาย ก็โดนใจกว่าวาทกรรมของฝ่ายค้าน เช่น วาทกรรมสิทธิเสรีภาพ ดุลยภาพของสถาบันการเมือง และการเตรียมการสืบทอดอำนาจของฝ่าย คสช. ที่เป็นรูปธรรมน้อยกว่า ฝ่ายประชาธิปไตยควรศึกษาทบทวนบทบาทของตนและปรับให้ดีขึ้นสำหรับอนาคต ซึ่งเรายังต้องต่อสู้ (อย่างสันติ) อีกยาวนาน เพื่อให้อุดมการณ์ประชาธิปไตยหยั่งรากลึกกว่าค่านิยมที่อิงอำนาจหรือมีลักษณะปฏิบัตินิยม
ข้อเรียกร้องที่อาจกระทำได้ในตอนนี้ คือขอให้ คสช.ผ่อนคลายบรรยากาศทางการเมืองให้คืนสู่การใช้สิทธิเสรีภาพตามปกติ คงจำกันได้ว่าทันทีที่มีการรัฐประหาร ก็จะมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ เพื่อให้อำนาจแก่ทหารและเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างกว้างขวาง รวมทั้งจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในหลายด้าน ต่อมาได้มีการยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก แต่มีการออก
คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติออกมาแทน โดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดซึ่งแบ่งอำนาจเป็นสามฝ่าย คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ มาตรา 44 ได้รวบอำนาจทั้งสามไว้ที่ คสช. จึงขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน มาตรา 44 บัญญัติว่า “ในกรณีที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่างๆ การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ หรือเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอำนาจสั่งการระงับยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ ได้ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งหรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้และเป็นที่สุด ทั้งนี้เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว ให้รายงานประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว”
ข้อเรียกร้องต่อ คสช.อีกข้อหนึ่งก็คือ เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว ขอให้ยุติการออกคำสั่งตามมาตรา 44 นี้ ส่วนคำสั่งที่ได้ออกไปแล้ว คำสั่งใดเป็นในเชิงบริหาร ก็อาจพิจารณายกเลิกหรือมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีมาแทนที่ คำสั่งใดมีลักษณะเป็นกฎกระทรวงก็อาจมีการออกพระราชกฤษฎีกามายกเลิกหรือแทนที่คำสั่งใดมีลักษณะเป็นกฎหมายก็อาจมีการออกพระราชบัญญัติมายกเลิกหรือแทนที่ ทั้งนี้เพื่อจะได้คืนสู่หลักนิติธรรมและการแบ่งอำนาจตามปกติ
ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นตัวอย่างการพัฒนาการเมืองในระดับโครงสร้างหรือกฎหมาย แต่การพัฒนายังต้องทำให้กว้างขวาง โดยรวมไปถึงองค์กรหรือสถาบันด้วย เช่น จะต้องมีการพัฒนาพรรคการเมืองและองค์กรชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นฐานแห่งประชาธิปไตยทั้งในระดับมหภาคและระดับรากหญ้า จะต้องมีการพัฒนากระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง กระบวนการการมีส่วนร่วม กระบวนการสานเสวนาเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น กระบวนการถกแถลงแจงเหตุผลเพื่อลดการใช้วาทกรรมและวาทศิลป์
แต่ที่สำคัญมากที่สุดและน่าจะยากและใช้เวลานานที่สุด คือ การพัฒนาวัฒนธรรมและค่านิยมประชาธิปไตย เราจะต้องทำการศึกษาว่าจะปลูกฝังอุดมการณ์ความเสมอภาคในสังคมที่มีชั้นชนและความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร เราต้องทำความเข้าใจในเรื่องสิทธิและเสรีภาพ ทั้งที่เป็นการปกป้องตัวเราและของของเราและเป็นโอกาสการพัฒนาตัวเราอย่างเต็มตามศักยภาพ เราต้องรู้สึกซาบซึ้งในคุณค่าแห่งภราดรภาพยิ่งๆ ขึ้นไปอีก เพื่อจะสามารถมีชีวิตอยู่อย่างรับผิดชอบต่อผู้เป็นอื่นๆ ในจำนวนที่กว้างมากยิ่งขึ้น หากปราศจากการยอมรับในคุณค่าหลักของความเสมอภาค สิทธิเสรีภาพ และภราดรภาพ ประชาธิปไตยก็เป็นเพียงมายาภาพ
เราทุกคนกลัวตาย แต่ก็ต้องตาย เรื่องนี้เป็นพื้นฐานหนึ่งที่อาจทำให้เราเห็นใจเพื่อนมนุษย์ ผู้มีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดาเหมือนกับเรา
ดังนั้น เราจะต้องพยายามเอาชนะความกลัวต่อผู้เป็นอื่น วิธีหนึ่งที่อาจช่วยได้คือ การคิดว่าผู้เป็นอื่นก็กลัวว่าเราจะเป็นภัยต่อเขาเช่นกัน เราจึงต้องแสดงออกว่าเราไม่ใช่ผู้ที่จะเป็นภัยต่อใคร ไม่ใช่ผู้ที่จะคิดทำร้ายใคร เพื่อการนี้ เราต้องแสดงออกให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า เรามีความรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพของผู้เป็นอื่น และมีความเอื้ออาทรต่อพวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข ในกรณีที่สังคมมีความสมดุลในเชิงอำนาจการตัดสินใจอยู่พอสมควร จะเป็นการยากที่ผู้เป็นอื่นจะฉวยโอกาสเอาเปรียบเราในขณะที่ยื่นไมตรีจิตให้เขา เพราะจะเป็นการหวนกลับไปสู่ความกลัวและความเป็นปฏิปักษ์ดั้งเดิม เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเขาจะยึดหลักต่างตอบแทน และมาร่วมกันสร้างสังคมบนพื้นฐานแห่งความรับผิดชอบและความเอื้ออาทรต่อกัน
การสร้างสังคมแห่งภราดรภาพที่มีการแบ่งปันประโยชน์กันอย่างเป็นธรรม เป็นเงื่อนไขอันจำเป็นต่อการสร้างสังคมประชาธิปไตย เพราะเมื่อนั้น สังคมจึงร่วมกันเห็นคุณค่าของประชาธิปไตยที่มีผลอย่างจริงจัง







