posttoday
คนไทยกับความคาดหวังหลังยุค คสช.

คนไทยกับความคาดหวังหลังยุค คสช.

07 สิงหาคม 2559

สมมติว่าประชามติวันนี้ผ่านไปด้วยดี? นั่นก็คือคนไทยจำนวนหนึ่งลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์”

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

สมมติว่าประชามติวันนี้ผ่านไปด้วยดี?

นั่นก็คือคนไทยจำนวนหนึ่งลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” การเมืองไทยก็คงเดินหน้าต่อไปเพื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ซึ่งก็มีคำถามว่า คนไทยต้องการอะไรในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้งนี้

เรื่องแรก คสช.จะเข้ามามีอำนาจผ่านระบบการเลือกตั้งนี้อย่างไร นั่นก็เพราะว่าผู้ที่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่วนใหญ่น่าจะเป็น “แฟนคลับ” ของ “ลุงตู่” (อย่างที่มีการแชร์กันอย่างหนักในโลกโซเชียล) รวมถึงคนที่เบื่อนักการเมืองและอยากให้ “ทหารครองเมือง” คนเหล่านี้ต้องการแต่ว่าทหารต้องมาควบคุมการเลือกตั้ง ตั้งแต่การจัดตั้งกลุ่มการเมืองของทหาร (ที่บางส่วนบอกว่าก็ในวุฒิสภา 250 คนนั่นไง เป็นพรรคของทหารทั้งหมดอยู่แล้ว) จนถึงการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง แล้วให้ทหารครอบงำการเมืองการปกครองของประเทศนี้ไว้ จนกว่าการ “ปฏิรูป” จะสำเร็จ (อย่างที่เราได้เห็นภาวะ “ลมๆ แล้งๆ” มากว่า 2 ปีนี้ รวมถึงการยุบ สปช. และก็กำลังจะยุบ สปท. อันเป็นองค์กรที่และรวมของ “หัวกะทิประเทศ” ในการปฏิรูปทั้งสิ้น)

เรื่องต่อมา คสช.จะอยู่นานแค่ไหน หรือ “จะมีอันเป็นไป” อย่างไร เรื่องนี้คงจะเป็นคำถามของฝ่ายที่ “เบื่อลุงตู่” ซึ่งก็คงจะมีความหวาดหวั่นมาโดยตลอด ตั้งแต่การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ การล้ม สปช. และการบีบบังคับรับร่างรัฐธรรมนูญที่เพิ่งผ่านมา ประชาชนในฟากฝ่ายนี้ในระดับหนึ่งก็มีพรรคมีพวกอยู่แล้ว ได้แก่ คนที่สังกัดกลุ่มการเมือง และคนที่ติดตามการเมืองมาอย่างค่อนข้างลึกซึ้ง รวมถึงคนที่อยู่ภายใต้ “วัฒนธรรมการเมืองใหม่” (หมายถึงวัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตยที่เน้นการมีส่วนร่วม ที่ได้ปลูกฝังผ่านกระบวนการเรียกร้องและการต่อสู้ของประชาชนกว่าสิบปีที่ผ่านมา) ที่ต้องการจะมีส่วนร่วมทางการเมือง ย่อมจะมีความกังวลถึงการอยู่ในอำนาจต่อไปอย่าง “ไม่รู้สิ้นสุด” ของ คสช. แม้ผู้นำ คสช.จะประกาศว่าไม่ขอรับตำแหน่งทางการเมือง แต่การเมืองไทยก็เป็นแบบนี้คือ “ปากว่าตาขยิบ” โดยอาจจะมีลิ่วล้อบริวารออกมา “ขอร้อง” ร่วมกับเสียงเชียร์ของประชาชนที่รักทหาร ที่สุด “ป๋าตู่” อาจจะอดรนทนไม่ไหวก็ได้

อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้คนอาจจะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ก็คือ แล้วอนาคตของบ้านนี้เมืองนี้จะเป็นอย่างไรภายใต้การปกครองของ คสช.ในยุคต่อไป

ผู้เขียนขอมองเรื่องนี้ด้วยทัศนะของนักรัฐศาสตร์แบบ “ตามโลก” ซึ่งหลายคนเชื่อในทฤษฎีนี้ที่เราเรียกกันว่า “โลกาภิวัตน์” นั่นก็คือ คสช.ไม่อาจจะทำอะไรได้ตามใจตัวเองมากนัก คงจะต้องมองบริบทหรือสิ่งแวดล้อมที่ “ห่อห้อม” หรือมีอิทธิพลอยู่รอบๆ และปรับตัวหรือบริหารประเทศภายใต้สภาวะแวดล้อมดังกล่าว

สิ่งแรกก็คือ กระแสประชาธิปไตยของโลก (หรือประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งเป็นใหญ่ร่วมกับการมีส่วนร่วมอย่างหลากหลาย) ที่มี “ตำรวจโลก” คือสหรัฐอเมริกาเป็นผู้กุมบังเหียน (แม้แต่ในวันก่อนลงประชามติ แกก็ยังอุตส่าห์ออกมาเตือนถึงความวุ่นวายและอันตรายที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วงการออกเสียงประชามติ) รวมถึงบรรดา “หางแดง” นักวิชาการ กลุ่มเคลื่อนไหว และสื่อมวลชน ตลอดจนฝ่ายที่ “เบื่อทหาร” ก็จะออกมา “กระตุ้นและกระแทก” คสช.อยู่เป็นระยะ และหากได้โอกาสก็จะลุยเข้าโจมตี ทั้งที่อาจจะสร้างสถานการณ์ต่างๆ อย่างที่เคยทำได้มาแล้ว และรวมถึงความเพลี่ยงพล้ำของ คสช.เองที่อาจจะเปิดช่องให้คนเหล่านี้บุกเข้าถล่มอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะกระแสประชาธิปไตยของโลกช่วยส่งเสริม

อีกสิ่งหนึ่งก็คือ กระแสเศรษฐกิจและสังคมทั้งในและนอกประเทศ กล่าวรวมๆ ก็คือ “ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน” ซึ่งเป็น “สัจธรรม” ชี้นำไปสู่ความอยู่รอดของทุกรัฐบาลมาทุกยุคสมัย นั่นก็คือหากรัฐบาลสามารถบริหารประเทศให้ประชาชนอยู่ดีกินดี แม้คนที่เกลียดหรือต่อต้านรัฐบาลก็อาจจะแสดงความชื่นชม หรือให้โอกาสรัฐบาลบริหารประเทศต่อไปได้เรื่อยๆ แต่ถ้ารัฐบาลบริหารผิดพลาด มีการคอร์รัปชั่นโกงกิน รวมถึงเศรษฐกิจตกต่ำ อันอาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจภายนอกประเทศ เช่น ความผันผวนของราคาน้ำมัน ปัญหาการส่งออก และสงคราม หรือภัยพิบัติต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจในประเทศทรุดตัว รัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ได้ ที่สุดแม้แต่ฝ่ายที่รักลุ่มหลงรัฐบาลก็ต้องอดรนทนไม่ได้ แล้วสิ้นรักหมดหวังในรัฐบาลเช่นนี้ ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน และส่วนมากรัฐบาลทั้งหลายก็จะเป็นเช่นนี้ โดยเฉพาะรัฐบาลที่มาจาก “พวกบ้าอำนาจ”

ในทัศนะส่วนตัว ผู้เขียนมองว่า คสช.ไม่มีความชัดเจนในการกำหนดอนาคตของประเทศไทย ตั้งแต่การประกาศเหตุผลเมื่อวันยึดอำนาจ ซึ่งเบื้องหลังในการยึดอำนาจอย่างที่ คสช.บางท่านพูดออกมาก็คือ “พวกมัน (กปปส.กับ นปช.) พูดกันไม่รู้เรื่อง” แต่ก็ไม่เห็นมีการจัดการให้ “พวกมัน” มาคุยหรือให้มาช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศในอนาคตนั้นอย่างไร รวมถึงความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญที่ “คสช.อยากได้” และการที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปหรือไม่ อย่างไร อย่างที่คนไทยจำนวนมากมีความกังวล อย่างที่ได้บรรยายมาข้างต้นนี้

รวมถึง “เหตุธรรมชาติที่ไม่อาจเลี่ยงได้” ที่คนไทยทั้งชาติกังวลมาหลายปี คสช.จะเอาอยู่หรือ และจะป้องกันไม่ให้คนบางกลุ่มใช้สร้างความปั่นป่วน นำสู่เปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศไทยได้อย่างไร?

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน