posttoday
กรธ.ยันบัตรทองไม่ได้สงวนเฉพาะ “ผู้ยากไร้”

กรธ.ยันบัตรทองไม่ได้สงวนเฉพาะ “ผู้ยากไร้”

05 สิงหาคม 2559

กรรมการกรธ.ขออย่าแยกส่วนรัฐธรรมนูญ แนะประชาชนพิจารณาเนื้อหาทั้งฉบับก่อนตัดสินใจลงประชามติ7สิงหาคมนี้

กรรมการกรธ.ขออย่าแยกส่วนรัฐธรรมนูญ แนะประชาชนพิจารณาเนื้อหาทั้งฉบับก่อนตัดสินใจลงประชามติ7สิงหาคมนี้

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดกิจกรรมศึกษาเรียนรู้ “ร่างรัฐธรรมนูญ” โดยได้เชิญกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่วมบรรยาย

นายภัทระ คำพิทักษ์  กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า การพิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องพิจารณาเนื้อหาทั้งฉบับ ไม่ว่าจะหมวดสิทธิและเสรีภาพประชาชน หมวดหน้าที่ของรัฐ หรือหมวดอื่นๆ เนื่องจากแต่ละมาตราจะมีการเชื่อมโยงกัน เช่นเดียวกับเนื้อหาด้านระบบบริการสาธารณสุขและสุขภาพ โดยร่าง รธน.ฉบับนี้ยังคงสิทธิการเข้าถึงบริการของประชาชนเช่นเดิม ไม่ได้มีเนื้อหาที่ตัดทอนหรือล้มระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

สำหรับมาตรา 47 ข้อความที่ระบุ “คนยากไร้” ที่ถูกวิจารณ์นั้น หากพิจารณาในวรรคแรกที่ระบุว่า บุคคลย่อมได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐแล้ว ถือว่าเป็นสิทธิที่ให้การครอบคลุมการดูแลประชาชนทั้งหมดแล้ว เพียงแต่หากคนไม่เข้าใจหลักสิทธิและหน้าที่ของรัฐ และไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญทั้งฉบับก็จะไม่เข้าใจ และคิดไปว่าเป็นการจำกัดสิทธิบริการเฉพาะผู้ยากไร้เท่านั้น โดยในมาตรา 55 ที่กำหนดให้รัฐต้องให้บริการสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง ขณะที่ในวรรคที่ 2 ของมาตรานี้ ยังได้มีการขยายความการให้บริการสาธารณสุขตามวรรค 1 ที่ต้องครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ โดยหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ความเสมอภาคในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพของทุกกองทุนสุขภาพจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

นายภัทระ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้มาตรา 258 ในมาตรา 94 (4) ซึ่งระบุให้มีการปรับระบบหลักประกันสุขภาพ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะยังคงอยู่ ไม่ได้หายไป ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่รัฐธรรมนูญได้เขียนถึงระบบหลักประกันสุขภาพ ที่เป็นการรับรองระบบสุขภาพทั้ง 3 ระบบไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นใครจะล้ม 30 บาท คงทำไม่ได้เพราะมีการเขียนชัดเจนไว้แล้ว

“กรธ.ไม่ได้เป็นคุณพ่อรู้ดีที่จะกำหนดทุกอย่างเอง ไม่ว่าจะเป็นการร่วมจ่าย การสร้างความเท่าเทียม จึงเป็นการเขียนเนื้อหาในลักษณะที่เปิดให้ผู้รู้ทั้งหลาย และผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบหลักประกันสุขภาพทั้งหมด รวมถึง สปสช. มาร่วมกันพัฒนาและยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพที่นำไปสู่การปฏิรูประบบสาธารณสุขของประเทศ” นายภัทระกล่าว

ด้าน นายศุภชัย ยาวะประภาษ กรธ.กล่าวว่า หมวดที่สำคัญมากคือ “หมวดทั่วไป” ที่รองรับทุกอย่าง โดยในมาตรา 4 นั้นมีวรรคแรกเป็นบรรทัดฐานหลัก ส่วนวรรคที่ 2 นั้น กำหนดชัดว่าปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองเสมอกัน ซึ่งได้ครอบคลุมทั้งหมดแล้ว แต่ในร่างรัฐธรรมนูญเอง จำเป็นต้องมีแต้มต่อเพื่อช่วยให้บุคคลบางกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญจึงเป็นเรื่องที่อ่านและเข้าใจได้ยาก

ขณะที่ มาตรา 55 ที่ไม่ค่อยพูดถึงกันคือในวรรคที่ 3 ระบุว่า รัฐต้องพัฒนาบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเขียนเนื้อหาในเชิงหลักการที่เป็นการท้าทายเท่านั้น แต่จะพัฒนาอย่างไรนั้น ร่าง คงไปเขียนรายละเอียดไม่ได้ ซึ่งคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบสาธารณสุขต้องร่วมกันคิดและตอบเพื่อทำให้ระบบบริการมีคุณภาพและมาตรฐานที่สูงขึ้นกว่าปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน