posttoday
รัฐตีปี๊บปลายปีแก้หนี้รอบ2

รัฐตีปี๊บปลายปีแก้หนี้รอบ2

17 สิงหาคม 2553

รัฐบาลเปิดรับลงทะเบียนหนี้นอกระบบรอบ 2 ปลายปีนี้ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการประมาณ 2 แสนราย

รัฐบาลเปิดรับลงทะเบียนหนี้นอกระบบรอบ 2 ปลายปีนี้ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการประมาณ 2 แสนราย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานในงาน “ก้าวที่ยั่งยืนสู่ชีวิตใหม่ปลอดหนี้นอกระบบ” และเปิดตัวโครงการ “บัตรลดหนี้ วินัยดีมีวงเงิน” ว่า รัฐบาลเตรียมแผนจะเปิดให้ประชาชนขึ้นทะเบียนแก้หนี้นอกระบบเป็นรอบที่ 2 ในช่วงปลายปีนี้ โดยเน้นแก้หนี้ให้กับกลุ่มข้าราชการครู ลูกหนี้กลุ่มเกษตรกร และลูกหนี้บัตรเครดิต ทั้งนี้จะต้องรอดูผลจากการทำโครงการในรอบแรกก่อนว่าจะมีออกมาเช่นไร

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแก้ไขหนี้ในครั้งนี้จะจัดการทั้งระบบให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน และต้องผูกกับเรื่องนโยบายการสร้างรายได้และสร้างโอกาสควบคู่กันด้วย

“หนี้กลุ่มเกษตรกรกำลังเป็นมาตรการใหญ่ที่จะดำเนินการต่อจากนี้ ซึ่งจะมีการลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาในการชำระหนี้ให้ โดยจะแก้แบบองค์รวม คือ จับมารวมกันเป็นก้อน เพราะที่ผ่านมาแก้แบบรายต่อราย ทำให้แก้ได้ยากมาก ถ้าเริ่มจัดการตรงนี้ได้ ทำให้การขยายระบบไมโครไฟแนนซ์ก็จะง่ายขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า โครงการบัตรลดหนี้ วินัยดีมีวงเงิน จะเป็นโครงการที่เปิดให้ลูกหนี้นอกระบบที่ผ่านการลงทะเบียนและได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารของรัฐที่เข้าร่วมโครงการนี้ 6 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ( ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หกหากสามารถชำระหนี้ได้ตามข้อตกลง 1 ปี สามารถใช้บัตรลดหนี้กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารรัฐที่เข้าโครงการได้ 50% ของวงเงินที่ชำระในปีแรก และยังสามารถกดเงินสดได้อีก 50% ของวงเงินที่ชำระในแต่ละปี แต่ไม่เกินปีที่ 5 โดยมีระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงของแต่ละธนาคารเช่น ออมสินต้องชำระหนี้ภายใน 8 ปี ขณะที่ ธ.ก.ส. ต้องชำระหนี้ให้หมดภายใน 12 ปี ซึ่งขณะนี้ธนาคารรัฐทั้งหมดได้เตรียมวงเงินสินเชื่อไว้จำนวน 2 หมื่นล้านบาทเพื่อรองรับการกดเงินสดของลูกหนี้ นอกจากนี้ยังมีการจัดประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองกลุ่มที่ได้บัตรลดหนี้

โดยให้สถาบันการเงินเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันให้กับทิพยะประกันภัย และแอกซ่า ในอัตรา 0.035 % ของยอดหนี้ที่กู้ก้อนแรก เป็นการประกันชีวิตกรณีที่ผู้กู้เสียชีวิต การผ่อนชำระเงินกู้จะได้ไม่ตกเป็นภาระของลูกหลาน

"บัตรลดหนี้จะเชื่อมโยงกับสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง ยกเว้นธอส.กับธพว.เนื่องจากธพว.ไม่มีบัตรเอทีเอ็ม ขณะที่ธอส.ปล่อยกู้ได้เฉพาะผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ดังนั้นสำหรับกรณี 2 แบงก์ จะต้องนำบัตรลดหนี้ไปใช้เบิกเงินกับสาขาโดยตรง" นายกรณ์ กล่าว

เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถแจกบัตรลดหนี้ให้กับลูกหนี้นอกระบบ 4.12 แสนรายแรกที่ผ่านการพิจารณาในโครงการแก้หนี้นอกระบบได้ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.เป็นต้นไป สำหรับผู้ลูกหนี้นอกระบบ 4.12 แสนราย ที่ได้รับการโอนหนี้เข้าสู่ระบบ เฉลี่ยมูลหนี้รายละ 1 แสนบาท หากลูกหนี้นอกระบบจ่ายดอกเบี้ย 5 % ถึง 10 % ต่อเดือน แต่ละรายสามารถประหยัดดอกเบี้ยได้เดือนละ 5,0001 หมื่นบาทรวมกันอย่างน้อย ประมาณ 2,0004,000 ล้านบาทต่อเดือนหรือประมาณ 2.4 4.8 หมื่นล้านบาทต่อปีโดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน

ขณะเดียวกันได้ประสานกระทรวงแรงงานเพื่อให้ขอให้หาตำแหน่งงานที่ไม่ใช่ทักษะ เพื่อส่งให้ลูกหนี้นอกระบบในกลุ่มที่ไม่มีอาชีพ และไม่มีรายได้

นอกจากนี้ได้ประสานงานกับกระทรวงแรงงานเพื่อให้ขอให้หาตำแหน่งงานที่ไม่ใช่ทักษะ เพื่อส่งให้ลูกหนี้นอกระบบในกลุ่มที่ไม่มีอาชีพ และไม่มีราย

ได้จำนวน 1  2 แสนราย ให้มีโอกาสได้มีงานทำเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน ก่อนที่จะส่งกลับเข้าโครงการแก้หนี้นอกระบบอีกครั้ง

สำหรับผลการดำเนินงาน ที่ผ่านมามีดังนี้ยอดลูกหนี้ที่ขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสิน ระหว่างวันที่ 130 ธ.ค. 2552 และวันที่ 129 ม.ค. 2553 มีจำนวน 1.18 ล้านราย จำนวนมูลหนี้ 1.22 แสนล้านบาท  เจรจาประนอมหนี้สำเร็จจำนวน 6.02 แสนราย เจรจาไม่สำเร็จจำนวน 1.82 แสนราย และ ยุติเรื่องจำนวน 3.97 แสนราย  ซึ่งธนาคารและสถาบันการเงินชุมชนอนุมัติสินเชื่อแล้วจำนวน 4.12 แสนราย อยู่ในระหว่างดำเนินการจำนวน 7.5 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา