
ปรับเงินขรก.
ปรับเงินข้าราชการน้องใหม่เท่าเอกชน
ปรับเงินข้าราชการน้องใหม่เท่าเอกชน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ส.ค. มีมติปฏิรูประบบเงินเดือนข้าราชการครั้งใหญ่ โดยมีมติ 3 ประการ คือ 1.ให้ปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ โดยในชั้นต้นให้ปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุขั้นต่ำให้สูงขึ้น โดยลดความแตกต่างของภาคราชการและภาคเอกชนลงประมาณครึ่งหนึ่งของความแตกต่างเดิม ทั้งนี้ให้มีผลภายในวันที่1 เม.ย. 2554
2.ให้ปรับเงินเดือนข้าราชการทุกตำแหน่ง ทุกประเภทขึ้น 5% จากนั้นให้ทยอยปรับเพิ่มขึ้นอีก โดยวางเป้าหมายให้เทียบเท่าเอกชนภายในเวลา 5 ปี โดยมีผลระลอกแรกในวันที่ 1 เม.ย. 2554
3.มีมติเห็นชอบกฎกระทรวงให้ข้าราชการโดยเฉพาะสายวิชาการที่อายุครบ 60 ปี ที่ประสงค์จะรับราชการต่อแต่ให้ไม่ได้ เป็นตำแหน่งที่สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กำหนดให้ไว้ก่อน สามารถรับราชการต่อไปได้ โดยให้ส่วนราชการนั้นๆ จัดทำข้อมูลเสนอ อ.ก.พ.กรม หรือ อ.ก.พ.กระทรวง และ ก.พ. เพื่อพิจารณาให้รับราชการต่อไปได้อีกไม่เกิน 10 ปี
4.มีมติให้แต่งตั้ง โอน ย้าย ข้าราชการระดับสูง คือ ตั้งแต่ระดับ 910 ข้ามกระทรวงได้
ทั้งนี้ ครม.ได้นำข้อมูลจากข้อมูลการสำรวจค่าจ้าง เงินเดือน และสวัสดิการของสถาบันต่างๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อมูลของสมาคมการจัดการบุคคลแห่งประเทศไทยแสดงความแตกต่างของเงินเดือนข้าราชการแรกบรรจุกับเอกชนในระดับปริญญาตรี ดังนี้ สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ต่างกัน 6,560 บาท สาขาวิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์ ต่างกัน 4,060 บาท สาขาบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ต่าง 2,060 บาท สาขาบัญชี ต่าง 3,060 บาท
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การปรับระบบการให้เงินเดือนข้าราชการแรกบรรจุครั้งนี้มีหลักสำคัญ คือ ให้มีเงินเดือนแรกบรรจุเป็นช่วง แทนที่จะเป็นอัตราที่ตายตัว ถ้าเป็นกรณีของผู้ที่ซึ่งมีความสามารถพิเศษ มีประสบการณ์ หรือเข้ามาในตำแหน่งวิชาชีพที่มีความขาดแคลน จะสามารถได้เงินเดือนเริ่มต้นที่สูงกว่าเงินเดือนเริ่มต้นขั้นต่ำ
ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้ระบุในที่ประชุม ครม.ด้วยว่าจะมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำก่อนเดือน เม.ย. 2554 แน่ โดยประมาณการว่าจะอยู่ที่ 250 บาทต่อวัน







