posttoday
จับตาประชุมรัฐสภาล่ม เซ่นรัฐบาลดันทุรัง เจบีซี

จับตาประชุมรัฐสภาล่ม เซ่นรัฐบาลดันทุรัง เจบีซี

16 สิงหาคม 2553

มีความเคลื่อนไหวของส.ว.เป็นอย่างมากตลอดทั้งวันที่ 16 ส.ค.ว่าจะมีมาตรการตอบโต้รัฐบาลอย่างไรหากรัฐบาลยังคงดันทุรังเสนอบันทึกการประชุมเจบีซี....

มีความเคลื่อนไหวของส.ว.เป็นอย่างมากตลอดทั้งวันที่ 16 ส.ค.ว่าจะมีมาตรการตอบโต้รัฐบาลอย่างไรหากรัฐบาลยังคงดันทุรังเสนอบันทึกการประชุมเจบีซี....

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

17 ส.ค.เป็นครั้งแรกของการประชุมร่วมรัฐสภา (สภาผู้แทนราษฎร+วุฒิสภา) ในสมัยประชุมนิติบัญญัติ โดยวาระการพิจารณาที่จ่อเข้าคิวที่ประชุมรัฐสภาเรียกแน่นเต็มพิกัดกันเลยทีเดียว

ทั้งนี้ประเด็นความสนใจไปอยู่วาระการพิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือ รายงานผลการพิจารณารายงานประชุมลับเรื่อง กรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนว ในกรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC: Joint Boundary Commission) และกลไกอื่นๆภายใต้กรอบนี้

 

จับตาประชุมรัฐสภาล่ม เซ่นรัฐบาลดันทุรัง เจบีซี

สาระสำคัญของเรื่องนี้ คือ การจัดตั้งชุดทหารติดตามสถานการณ์ชั่วคราว เพื่อดูแลบริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ แต่ยังคงตกค้างเรื่องของการใช้ชื่อเรียกปราสาทระหว่าง “พระวิหาร" กับ "เปรียะวีเฮียร์" และค้างเรื่องการดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่ยังไม่กำหนดเวลาในภาคปฏิบัติ อุปสรรคเหล่านี้ได้กลายเป็นปัญหาให้ไม่มีความคืบหน้าในการปักปันเขตแดนมากนัก

ขั้นตอนในการพิจารณาวาระนี้ ที่ประชุมรัฐสภาจะเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ส่วนจะเป็นการประชุมลับหรือไม่ขึ้นอยู่กับประธานในที่ประชุม แต่ที่ผ่านมารัฐสภามักจะประชุมเรื่องนี้เป็นการลับ จากนั้นก็จะเปิดให้สมาชิกรัฐสภาใช้สิทธิ์ออกเสียงว่าจะเห็นด้วยกับบันทึกดังกล่าวหรือไม่ต่อไป

ปัญหาที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ คือ การมีท่าทีจากนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นายวศิน ธีรเวชญาณ ประธานเจบีซี ในการระบุว่าคณะรัฐมนตรีจะผลักดันให้ที่ประชุมรัฐสภาผ่านรายงานผลการประชุมรวม 3 ฉบับ ได้แก่ 1. บันทึกการประชุมเจบีซี สมัยวิสามัญที่เมืองเสียมราฐ ปี 2551 2.บันทึกการประชุมเจบีซีครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพฯ เมื่อก.พ. 2552 และ 3.บันทึกการประชุมเจบีซีสมัยวิสามัญ ที่กรุงพนมเปญ เมื่อเดือนเม.ย.2552

โดยบันทึกทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวยังไม่ได้มีการบรรจุเอาไว้ในการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 17 ส.ค.เพราะวาระการพิจารณาที่ได้บรรจุเอาไว้แล้วและเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาได้พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับบันทึกการประชุมเจบีซีทั้ง3ครั้งแต่อย่างใด

จากเหตุผลตรงนี้ทำให้เกิดปฎิกริยาในกลุ่มส.ว.และฝ่ายค้านว่า รัฐบาลกำลังลองของกับฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ เนื่องจากตอนนี้ส.ว.และฝ่ายค้านกำลังจับตาดูว่า ‘ชัย ชิดชอบ’ ประธานรัฐสภา จะบรรจุบันทึกการประชุม3ครั้งนั้นเข้ามาเป็นวาระของที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่

เพราะวาระการประชุมรัฐสภาที่สมาชิกมีอยู่ในมือตอนนี้ไม่มีเรื่องการบันทึกการประชุมเจบีซีทั้ง 3 ครั้งมีแต่เรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว และส.ว.กลุ่มหนึ่งได้มีการไปตรวจสอบที่สำนักประธานรัฐสภาแล้วในช่วงเย็นของวันที่ 16 ส.ค.ได้รับคำตอบยังไม่ได้รับมอบรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมเจบีซีทั้ง 3 ครั้งเพื่อให้ประธานรัฐสภาบรรจุระเบียบวาระแต่อย่างใด

 

ดังนั้น ถ้ามีการบรรจุเข้ามาในวาระเป็นลักษณะของ ‘วาระจร’ และยังใช้เสียงข้างมากของรัฐสภาในการขอที่ประชุมรัฐสภาเลื่อนเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนจะมีปัญหาแน่นอนอย่างน้อยใน 2 ส่วนสำคัญดังนี้

- คณะรัฐมนตรียังไม่ได้ให้รายละเอียดในเรื่องดังกล่าวแก่สมาชิกรัฐสภาก่อนล่วงหน้าตามความเหมาะสมอย่างน้อย 3 วันเหมือนกับที่เคยปฎิบัติมาก่อนหน้านี้

- คณะกรรมการประสานงาน(วิป)พรรคร่วมรัฐบาล ไม่เคยมีการประสานงานกับวิปฝ่ายค้านและวิปวุฒิสภาว่ารัฐบาลจะเสนอเรื่องต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 17 ส.ค.มาก่อน 

จับตาประชุมรัฐสภาล่ม เซ่นรัฐบาลดันทุรัง เจบีซี

จากปมเหล่านี้ปรากฏว่าได้มีความเคลื่อนไหวของส.ว.เป็นอย่างมากตลอดทั้งวันที่ 16 ส.ค.ว่าจะมีมาตรการตอบโต้รัฐบาลอย่างไรหากรัฐบาลยังคงดันทุรังเสนอบันทึกการประชุมเจบีซีทั้ง 3 ครั้งดังกล่าวให้รัฐสภามีมติรับรองให้ได้ทั้งๆที่ไม่มีรายละเอียดที่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าตามความเหมาะสม

โดยมาตรการที่ส.ว.กลุ่มหนึ่งประมาณ 40-50 คนเตรียมนำมาใช้ คือ การไม่ให้ความร่วมมือในการแสดงตนต่อที่ประชุมเพื่อให้องค์ประชุมไม่ครบ แบบนี้จะทำให้ที่ประชุมรัฐสภาไม่สามารถพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้ ซึ่งมาตรการนี้จะเอามาใช้หากรัฐบาลยังยืนยันที่จะเสนอวาระดังกล่าวสอดแทรกเข้ามาและขอให้ที่ประชุมรัฐสภานำเรื่องนี้มาพิจารณาก่อน

เมื่อดูเสียงของที่ประชุมรัฐสภาแล้วก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น เพราะหากรัฐบาลจะผลักดันเรื่องนี้ขึ้นมาต้องมีเสียงสนับสนุนจากที่ประชุมรัฐสภามากกว่า 312 เสียงขึ้นไปจากทั้งสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 624 คน ซึ่งเสียงในรัฐบาลจริงๆยังไม่นับส.ว.มีเพียง 277 เสียง ส่วนพรรคเพื่อไทย 189 เสียงคงไม่ต้องไปหวังเพราะยังไงเสียฝ่ายค้านคงต้องคัดค้านเรื่องนี้อยู่แล้ว

เท่ากับว่า รัฐบาลต้องหาเสียงในส.ว.มาสนับสนุนให้ได้อีก 35 เสียงขึ้นไปเพื่อให้มีเสียงมากกว่า 312 เสียงสำหรับการผลักดันเรื่องดังกล่าวให้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่รัฐบาลจะหาเสียงตรงนี้มาสนับสนุนได้ เพราะมีรายงานว่าความสัมพันธ์ระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปวุฒิไม่ค่อยราบรื่นมากนักหลังจากรัฐบาลมักไม่ค่อยให้ความสนใจในการมาตอบกระทู้ของส.ว.ในที่ประชุมวุฒิสภาจนทำให้กระทู้ถามค้างในวาระการประชุมวุฒิสภาจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูว่าท่าทีของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการประกาศจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อพิจารณาเรื่องนี้จะทันต่อสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องเสียหน้าอีกครั้งหรือไม่จากการมีสาเหตุเพราะองค์ประชุมล่มไม่เป็นท่า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน