
11ชม.ในป่าทุ่งใหญ่ทีมแพทย์ไม่ถอดใจช่วยหญิงตกเลือด
กาญจนบุรี-11ชม.ในป่าทุ่งใหญ่ทีมแพทย์สังขละบุรีไม่ถอดใจช่วยหญิงท้องแก่ตกเลือด แต่เกิดเรื่องน่าเศร้าเพราะระยะทางห่างไกลอำเภอแม่รอดลูกเสียชีวิต
กาญจนบุรี-11ชม.ในป่าทุ่งใหญ่ทีมแพทย์สังขละบุรีไม่ถอดใจช่วยหญิงท้องแก่ตกเลือด แต่เกิดเรื่องน่าเศร้าเพราะระยะทางห่างไกลอำเภอแม่รอดลูกเสียชีวิต
เมื่อวันที่27ก.ค.59 เวลา 14.00น. นายแพทย์กฤษดา วุฑธยากร ผอ.โรงพยาบาลสังขละบุรี ได้รับแจ้งจากนายสมชาย วุฒิพิมลวิทยา นายกอบต.ไล่โว่ว่ามีผู้ป่วยเป็นหญิงชาวบ้านที่ไล่ป้า ม.5 ต.ไล่โว่ เกิดอาการตกเลือดเพราะตั้งครรภ์ได้7เดือน ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ห่างจากตัวอำเภอสังขละบุรีไป50กม.รอความช่วยเหลืออยู่ที่สุขศาลาพระราชทาน บ้านทิไล่ป้า
หลังรับแจ้ง นายแพทย์กฤษดา จึงได้ประสานเฮลิคอปเตอร์ตำรวจตระเวนชายแดนที่13 ค่ายพระพุทธยอดฟ้าเดินทางเข้ารับผู้ป่วย แต่เนื่องจากสภาพอากาศปิดในพื้นที่มีฝนตกต้องเปลี่ยนแผนการเข้าช่วยเหลือทางถนนด้วยรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อยกสูง กระทั่งเวลา 22.00 น.ก็เดินทางถึงบ้านที่ไล่ป้าเพื่อรับผู้ป่วย แต่ปรากฏว่าระหว่างบ้านเกาะสะเดิ่ง-บ้านสเนพ่อง ทีมแพทย์ได้เจอกับกระแสน้ำป่าในลำห้วยโรคีได้สูงขึ้น รถไม่สามารถข้ามกลับมาได้ จึงต้องหยุดรอน้ำป่าลดลง และเมื่อเวลา 24.05 น. ของวันนี้ (28 ก.ค. 59) ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จนเด็กคลอดกลางป่าภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ แต่ปรากฏว่าทารกเพศหญิงเด็กเสียชีวิตก่อนคลอด
เวลา 01.00 น.ทีมแพทย์ช่วยชีวิตตัดสินใจขับรถลุยน้ำออกมาแม้น้ำจะท่วมจนมิดฝากระโปรงรถเพราะผู้ป่วยมีอาการไม่ดี ในที่สุดเมื่อเวลา 02.00 น. ทีมแพทย์แรกถึงรพ.สังขละบุรี พร้อมผู้ป่วย เจ้าหน้าจึงได้รีบนำเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือโดยการให้น้ำเกลือและเลือดเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการซีด เนื่องจากเสียเลือด ทราบชื่อผู้ป่วยในเวลาต่อมา คือ นาง นองเอผ่อง อายุ 31 ปี ชาวกะเหรี่ยง
หนึ่งในทีมแพทย์ รพ.สังขละบุรี กล่าวว่า ผู้ป่วยมีบุตรมาแล้วด้วยกัน 7 คน และครั้งนี้ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือนเริ่มมีการการตกเลือดตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.และมีเลือดออก ระหว่างทางผู้ป่วยได้แท้งลูกออกมาเป็นเพศหญิง ขณะนี้แม่มีภาวะซีด ต้องให้เลือด พร้อมกันนี้ได้ให้ออกซิเจนและยา และแพทย์ได้เฝ้ารอดูอาการคนไข้อย่างใกล้ชิด
นายสุขวัฒน์ ศรีชาย ครู รร.บ้านซองกาเลีย ทีมเข้าช่วยเหลือผู้ป่วย เปิดเผยว่า การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างมาก มีฝนตกหนักตลอดเส้นทาง และบางช่วงมีน้ำป่าไหลบ่ามาแรง ประกอบกับน้ำมีระดับสูง ส่งผลให้การเดินทางต้องล่าช้าออกไปซึ่งทุกคนพยายามช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โชคดีที่ผู้ป่วยปลอดภัย โดยใช้กว่า 11 ชั่วโมง







