posttoday
เงินบาทจะแข็งขึ้นหรืออ่อนลง

เงินบาทจะแข็งขึ้นหรืออ่อนลง

26 กรกฎาคม 2559

ความจริงถ้าผมทราบคำตอบก็คงรวยไปแล้ว ไม่ต้องออกจากบ้านไปทำงานตอนแก่อย่างทุกวันนี้ แต่ถึงจะไม่รู้คำตอบ แต่คำถามเหล่านี้ทำให้ต้องมานั่งคิดเหมือนกันว่า อะไรกำลังเกิดขึ้นในระบบการเงินและเศรษฐกิจของประเทศและของโลก

ความจริงถ้าผมทราบคำตอบก็คงรวยไปแล้ว ไม่ต้องออกจากบ้านไปทำงานตอนแก่อย่างทุกวันนี้ แต่ถึงจะไม่รู้คำตอบ แต่คำถามเหล่านี้ทำให้ต้องมานั่งคิดเหมือนกันว่า อะไรกำลังเกิดขึ้นในระบบการเงินและเศรษฐกิจของประเทศและของโลก

คำตอบคือ ปัจจุบัน การที่จะคาดการณ์อย่างมีหลักเกณฑ์ โดยอิงปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจรองรับเหมือนในอดีตที่มีมือที่มองไม่เห็นคอยปรับดุลยภาพระหว่างดีมานด์กับซัพพลายของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราสองสกุลจากความสามารถในการทำมาค้าขาย ส่งสินค้าไปขายในต่างประเทศได้มาก ทำให้เงินแข็งค่าขึ้น และเมื่อเงินแข็งค่าขึ้นทำให้สินค้าที่ส่งไปขายราคาแพง ขายได้น้อยลง ทำให้เงินอ่อนค่าลงนั้น น่าจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป

จะเห็นว่าในขณะที่ตัวเลขการส่งออกของไทยติดลบ การลงทุนติดลบ การบริโภคภาคเอกชนยังเพิ่มขึ้นน้อย แต่เงินบาทกลับแข็งค่าขึ้น ตรงข้ามกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ดั้งเดิม แสดงให้เห็นชัดเจนว่า อัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทและการขึ้นลงของหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้เชื่อมโยงอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารกองทุนใหญ่ๆ ในสหรัฐและยุโรปที่สามารถจะเคลื่อนย้ายเงินทุนจำนวนมหาศาลข้ามพรมแดนเข้าไปลงทุนในตลาดใดๆ ก็ได้ ที่เขาคิดว่ายังพอมีโอกาสทำกำไร และพร้อมที่จะย้ายเงินลงทุนออกทันทีถ้าเขาเห็นโอกาสในการทำกำไรที่ตลาดอื่นมากกว่า

โดยปกติแล้ว เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นถ้าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง แต่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นพร้อมกับเงินดอลลาร์ ในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังทรงตัว การส่งออกยังไม่มีทีท่าว่าจะขยายตัวขึ้นในระยะสั้น

ที่เป็นเช่นนี้เพราะสหราชอาณาจักรมีปัญหาอันสืบเนื่องมาจากเบร็กซิต ทำให้นักลงทุนเกิดความไม่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรและยุโรป เพราะฉะนั้นนักลงทุนจึงเคลื่อนย้ายเงินลงทุนไปยังตลาดที่คาดว่าพอจะมีโอกาสพักเงินไว้ทำกำไร รอดูทีท่าการเมืองของสหรัฐและท่าทีของผู้ว่าการธนาคารกลางว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินดอลลาร์ขึ้นหรือไม่

เอาแค่นี้ จะเห็นแล้วว่าการคาดการณ์ว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นหรืออ่อนค่าลงนั้น ไม่ต่างไปจากการให้คำทำนายของหมอดู เพราะไม่มีใครทราบว่านโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐจะไปทิศทางใดในอีก 6 เดือนถึง 1 ปีข้างหน้า ไม่มีใครทราบว่าสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรปจะทำความตกลงอะไรกัน และจะบรรลุผลสำเร็จหรือไม่ เมื่อไหร่

ปัจจัยแห่งความเสี่ยงที่น่าติดตามและคงไม่มีใครมีคำตอบ คือ ใครจะได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ และถ้าโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีกูรูคนใดคาดว่าจะได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันให้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับฮิลลารี คลินตัน ของพรรคเดโมแครต ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี และบริหารประเทศตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ คือ นโยบายการบริหารเศรษฐกิจและความมั่นคง โดยยึดผลประโยชน์ของอเมริกาเป็นหลัก ต่อต้านระบบโลกาภิวัตน์ ที่แม้แต่องค์การการค้าโลก หรือ WTO ยังร้อนตัวออกข่าวว่าจะทำให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจโลก เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น หรืออ่อนค่าลง

ทั้งหลายทั้งปวงนี้สามารถส่งผลกระทบให้เงินบาทอ่อนค่าลง หรือแข็งค่าขึ้นได้ทั้งสิ้น เพราะผู้บริหารกองทุนให้น้ำหนักการลงทุนจากปัจจัยที่เกิดขึ้นในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ สหราชอาณาจักร ยุโรป จีน และญี่ปุ่น มากกว่าในประเทศเล็กๆ ที่เขานำเงินเข้ามาพักไว้

อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย หรือการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ปัจจุบัน จึงถูกกำหนดโดยการเคลื่อนย้ายของเงินทุนมากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเหมือนในอดีต และเงินทุนเหล่านี้มาจากต่างประเทศ คงยากที่จะเดาว่าผู้บริหารกองทุนเหล่านี้กำลังคิดอะไรอยู่ และจะทำอะไร เพราะเป็นความลับที่เขาใช้แสวงหากำไรจากตลาดการเงินทั่วโลก

ผมจึงบอกว่า การคาดการณ์ว่าเงินบาทจะแข็งขึ้นหรืออ่อนลง จึงไม่ต่างจากคำทำนายโชคชะตาราศี ถูกบ้างผิดบ้าง และมักจะทำนายถูกย้อนหลังบ่อยๆ

ความจริงไม่ใช่เป็นเรื่องยากเลยที่จะบอกว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น แล้วผลจะเป็นอย่างไร เช่น ถ้าเดาถูกว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในอีก 2 เดือนข้างหน้า ก็พอบอกได้ว่า ตลาดหุ้นจะตก เงินบาทจะอ่อนค่าลง และเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น จึงเหมาะสำหรับนักเก็งกำไรที่กล้าได้กล้าเสีย แต่ถ้าท่านไม่ใช่นักเก็งกำไร ก็อย่าไปเก็งกำไรกับเขาน่าจะดีกว่า โดยเฉพาะการเข้าไปเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนกับผู้ที่เข้ามาชักจูงให้ลงทุน โดยบอกว่าจะทำกำไรได้ง่ายๆ ยิ่งถ้าทำมาค้าขายทำธุรกิจด้วยแล้ว ควรปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน อย่าหวังกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และอย่าเสียใจถ้าขาดทุนกำไร เพราะปิดความเสี่ยงไปแล้ว แต่อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงในทางตรงกันข้าม ต้องทำใจให้ได้ว่า เราต้องการปิดความเสี่ยง ไม่ใช่ลงทุนเพื่อแสวงหาผลกำไร

สรุปแล้ว ผมไม่ทราบครับว่า เงินบาทจะแข็งขึ้น หรืออ่อนค่าลง เพราะไม่ได้เป็นหมอดู ใครมาถามอีก คงต้องให้พกดวงวันเกิดมาด้วย จะได้ตอบได้แม่นยำขึ้น

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา