
ประมงชงครม.ของบซื้อเรือคืน
กรมประมง เตรียมเสนอ ครม.ของบซื้อเรือคืน แก้ปัญหาไอยูยู อียูตรวจงานอีกรอบ ม.ค. 2560
กรมประมง เตรียมเสนอ ครม.ของบซื้อเรือคืน แก้ปัญหาไอยูยู อียูตรวจงานอีกรอบ ม.ค. 2560
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการช่วยเหลือชาวประมงตามมาตรการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายขาดการรายงานไร้การควบคุม (ไอยูยู) เช่น การซื้อเรือคืนเพื่อนำมาทำเรือประมงท่องเที่ยว เรือวิจัย หรือทำปะการัง หรือสนับสนุนงบประมาณเพื่อการปรับปรุงเครื่องมือเรือประมงให้ถูกกฎหมาย เป็นต้น
ทั้งนี้ เนื่องจากสหภาพยุโรปได้ตั้งข้อสังเกตว่าปริมาณเรือของไทยมีมากกว่าทรัพยากรทางทะเล โดยเห็นว่าควรมีเรือประมงพาณิชย์ไม่เกิน 1 หมื่นลำ ขณะที่ปัจจุบันมีเรือประมงที่จดทะเบียนเรือถูกต้องและมีใบอาชญาบัตรหรือใบอนุญาตทำประมงประมาณ 1.1 หมื่นลำ และมีอีกประมาณ 2,000 ลำ ที่มีทะเบียนเรือไม่ได้รับใบอนุญาตทำประมง เนื่องจากเป็นเรือที่มีเครื่องเรือประมงผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ จะมีมาตรการดูแลเรื่องประมงพื้นบ้านด้วย เพื่อให้มีการทำประมงแบบยั่งยืน เนื่องจากแม้จะเป็นเรือเล็กแต่มีการพัฒนาเครื่องมือให้สามารถจับปลาและสามารถทำรายได้เกือบเท่าเรือประมงพาณิชย์ จึงต้องมีการควบคุม ขณะนี้มีประมาณ 2.8 หมื่นลำ ต้องนำมาแยกให้ชัดเพื่อแยกออกจากเรือประมงพื้นบ้านจริงๆ ซึ่งจะมีการเชิญประมงพื้นที่บ้าน 22 จังหวัด มาหารืออีกครั้ง
“คาดว่ามาตรการช่วยเหลือจะเสร็จประมาณสิ้นเดือน ส.ค.เพื่อเสนอ ครม.ของบประมาณในการดำเนินการ ประกอบด้วย การซื้อเรือคืนเพื่อนำมาทำเรือประมงท่องเที่ยว เรือวิจัย หรือทำปะการัง หรือสนับสนุนงบประมาณเพื่อการปรับปรุงเครื่องมือเรือประมงให้ถูกกฎหมายเป็นต้น ทั้งนี้อยู่ระหว่างการแยกกลุ่ม เพื่อลงรายละเอียดรายกลุ่ม เสนองบประมาณ” นายอดิศร กล่าว
นอกจากนี้ สหภาพยุโรป แจ้งว่า จะเดินทางมาหารือกับกรมประมงถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาไอยูยูอีกครั้งในเดือน ม.ค. 2560 ทั้งนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีคำตอบเรื่องใบเหลือง ใบแดง หรือไม่ เพราะเป็นการพิจารณาของสหภาพยุโรป (อียู) ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำดีที่สุดและอียูก็พอใจถึงแนวทางการแก้ไขของไทย โดยการเดินทางมาเยือนไทยในช่วงเดือนที่ผ่านมาได้ชมว่า พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ของไทย เป็นกฎหมายที่ดีมากฉบับหนึ่งของโลก และขณะนี้พบว่าหลายประเทศกำลังจะนำไปเป็นไปแบบอย่าง
สำหรับประเด็นอื่นๆ นั้น ในกรณีการติดเครื่องติดตามเรือ หรือวีเอ็มเอสนั้น อียูขอให้ไทยมีการดำเนินการด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายได้ ซึ่งกรมจะมีการพัฒนาระบบติดตามเรือให้ได้มาตรฐานต่อไป เพราะเรื่องนี้ต้องมีการพัฒนาตลอดเวลา รวมถึงการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อติดตามได้ว่าไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่มาจากไอยูยู







