
สธ.ชี้คนไทยป่วยโรคจู๊ด
ทุบสถิติปี
’52แซง‘หวัด2009’ เหตุสกปรกกินดิบไม่ล้างมือโพสต์ทูเดย์ — สาธารณสุข ระบุปี 2552 คนไทยป่วย “โรคจู๊ด” บ่อยสุด เพราะเมินความสะอาดน้ำอาหารมือส้วม
นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ผลการเฝ้าระวังโรคระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศตลอดปี 2552 พบว่ามีรายงานโรคระบาดเกิดขึ้น 502 เหตุการณ์ เฉลี่ยเดือนละ 42 เหตุการณ์ ประมาณ 70% เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารและน้ำ ที่พบมากที่สุดคือโรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ส่วนที่เหลือเป็นโรคติดเชื้ออื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โรคฉี่หนู โรคสเตรปโตคอกคัส ซูอิส หรือโรคไข้หูดับ
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า สิ่งที่จะต้องเร่งแก้ไขเพื่อป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ พฤติกรรมสุขภาพของประชาชน การดูแลรักษาความสะอาดของแต่ละคน ความสะอาดของอาหาร น้ำดื่ม และของสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม เช่น ห้องน้ำ กระทรวงจึงได้เร่งรัดให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเผยแพร่ความรู้ในการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรค เช่น การล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร ดื่มน้ำสะอาด งดกินอาหารสุกๆ ดิบๆ
นอกจากนี้ ยังให้กรมอนามัยเร่งยกระดับมาตรฐานความสะอาดของระบบห้องส้วมสาธารณะ ตลาดสด และให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เร่งสร้างพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งมี 10 ข้อ เช่น การดูแลความสะอาดร่างกาย ของใช้ต่างๆ การล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังขับถ่าย การกินอาหารปรุงสุก คาดหน้ากากอนามัยเมื่อเป็นไข้หวัด
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับมาตรฐานการควบคุมป้องกันโรคระบาดของประเทศ เพื่อให้สามารถจำกัดวงระบาดให้เร็วที่สุด โดยมีสำนักระบาดวิทยาเป็นหน่วยงานหลัก ทำหน้าที่เฝ้าระวังการระบาดของโรคภัยจาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ เครือข่ายระบาดวิทยาทั่วประเทศ จากประชาชนทั่วไป และจากสื่อมวลชนทุกแขนง ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าได้ผลดี สามารถควบคุมการระบาดได้อย่างรวดเร็วจนเป็นประเทศตัวอย่างในภูมิภาค
นพ.นรา นาควัฒนานุกูล อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า พฤติกรรมการกินของประชาชนขณะนี้ยังน่าห่วง พบว่าค่านิยมในการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ ยังมีอยู่ในสังคมไทย ซึ่งอาจเป็นความเชื่อที่ปฏิบัติสืบต่อกันมานาน
ทั้งนี้ กองสุขศึกษาได้สำรวจพฤติกรรมวัยรุ่นอายุ 1215 ปี ตามสุขบัญญัติแห่งชาติ จากกลุ่มตัวอย่าง 1,705 คน กระจายทุกภาค เมื่อเดือน ก.พ. 2553 พบว่าส่วนใหญ่กว่า 87% ล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหารและหลังจากการขับถ่าย แต่มีนักเรียน 27% หรือประมาณ 1 ใน 4 ที่ยังกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ ก้อย แหนม หมูส้ม ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคทางเดินอาหาร และอีก 17% ไม่ใช้ช้อนกลางเมื่อร่วมวงกินอาหารกับผู้อื่น ซึ่งมีความเสี่ยงหลายโรคทั้งโรคอุจจาระร่วง โรคตับอักเสบ รวมทั้งโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่







