
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (56)
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงสนพระทัยในเรื่องของการอนุรักษ์วัฒนธรรมตลอดมา ทรงตระหนักว่า คำว่า
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงสนพระทัยในเรื่องของการอนุรักษ์วัฒนธรรมตลอดมา ทรงตระหนักว่า คำว่า วัฒนธรรม เป็นคำที่มีความหมายรวมกันของพฤติกรรมของคนในสังคมอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่โดดเด่นเฉพาะตัว เป็นวิถีชีวิตของสังคมที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ วัฒนธรรมเกิดจากความรู้ ความคิด ภูมิปัญญา ความเชื่อที่สั่งสมมายาวนานและยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม รวมทั้งได้รับการยอมรับยึดถือปฏิบัติสืบต่อกัน มีความสัมพันธ์ต่อกัน ทำให้สังคมดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างรวดเร็วอย่างขาดเหตุผล โดยมิได้คำนึงถึงสภาพแวดล้อมและขีดความสามารถของสังคมในเรื่องที่เกี่ยวข้องย่อมมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต ดังนั้นความเข้าใจ รู้คุณค่าและความสามารถของสังคมในเรื่องที่เกี่ยวข้องย่อมมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต ดังนั้นความเข้าใจ รู้คุณค่าและความเป็นมาของวัฒนธรรมของตนย่อมจะทำให้สามารถพิจารณาความเหมาะสมที่จะดำรงรักษา หรือยอมรับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขวัฒนธรรมบางอย่างของตนโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางสังคมที่รุนแรงจนเกินไปได้
เป้าหมายของการอนุรักษ์วัฒนธรรมในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารก็เพื่อให้เด็กและเยาวชน มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่า ไม่ละเลยหลงลืมวัฒนธรรมที่ดีงามและความเป็นไทย เกิดความภาคภูมิใจและรักท้องถิ่นของตน ในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จึงเกิดขึ้นดังที่มีพระราชดำรัสไว้ว่า
“...นอกจากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังสอนให้อนุรักษ์วัฒนธรรมเพราะเป็นสิ่งที่เป็นรากฐานชีวิตของนักเรียนทุกคน เมื่อรู้ว่าท้องถิ่นของตนมีอะไรดีบ้าง ก็จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจมีการบันทึกสิ่งที่เป็นของมีคุณค่าที่เป็นความคิดของมนุษย์ เป็นจิตวิญญาณของบุคคล ให้ร่วมกันทำงานอนุรักษ์พร้อมๆ กับงานพัฒนาชุมชน...”
“...แต่ละประเทศ แต่ละชุมชน ก็ต้องพยายามที่จะรักษาความรู้ และสมบัติวัฒนธรรมส่วนดีๆ อันมีค่าของท้องถิ่น ซึ่งมีความหลากหลายให้ดำรงไว้...”
“...นอกจากความเจริญในทางด้านวัตถุสมัยใหม่แล้ว สิ่งที่มีความสำคัญควบคู่กันไป จะละลืมเสียมิได้ คือ ขนบ ธรรมเนียม ประเพณี และศิลปวัฒนธรรมของชาติ อันเป็นเครื่องหมายของความเจริญที่มีมาแต่ปู่ ย่า ตา ยาย อันเป็นหน้าที่ของเราผู้เป็นลูกหลานในชั้นหลังจะต้องช่วยกันรักษาและส่งเสริมไว้ให้มีความเจริญสืบไป...”
กิจกรรมทางวัฒนธรรมตามพระราชดำริที่ได้ดำเนินการไปในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วภูมิภาค คือ
1.วัฒนธรรมทางด้านอาหาร ด้วยทรงเห็นว่าประชาชนในท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นมีอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ อาจจะเหมือนกันหรือต่างกันก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหรือผลิตผลในท้องถิ่น และการสืบทอดของภูมิปัญญาของแต่ละพื้นที่
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีพระราชดำริให้พัฒนาโภชนาการเพื่อเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเพื่อให้เขาเหล่านั้นมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง มีสติปัญญาดีที่จะศึกษาเล่าเรียน เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ จึงมีพระราชดำริให้สร้างตำรับอาหารจานเดียว เป็นตำรับอาหารกลางวันของนักเรียน โดยมีหลักเกณฑ์ว่าปรุงง่าย ไม่ยุ่งยาก ใช้ผลิตผลในท้องถิ่นที่สดใหม่ตามฤดูกาล ได้คุณค่าอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณตามความต้องการของร่างกายและช่วยแก้ไขปัญหาการที่เด็กเลือกรับประทานแต่เฉพาะกับข้าวที่ชอบเท่านั้น
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานพันธุ์ปลา ไก่ และทรงส่งเสริมให้มีการปลูกพืชผักในโรงเรียนของโครงการฯ เช่น ปลูกผัก พืชสมุนไพร ผักพื้นบ้าน และอื่นๆ แล้วนำผลผลิตที่ได้มาประกอบอาหารเพื่อเป็นอาหารกลางวันแก่เด็ก ส่งเสริมให้ปลูกกล้วย มะละกอ ทุกโรงเรียน
ซึ่งพืชทั้งสองชนิดนี้ให้ผลเร็ว ปลูกได้ทั่วไป มีคุณค่าทางอาหารสูง ประกอบอาหารได้หลายอย่างและเป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยทั่วไป อันเป็นความกลมกลืนทางวัฒนธรรมด้านอาหาร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กและเยาวชน เสริมสร้างมารยาทการกินอาหารและมารยาทในสังคม ฝึกสุขนิสัยเพื่อสุขภาพที่ดี เช่น ล้างมือก่อนการกินอาหาร แปรงฟันหลังกินอาหาร รู้จักเลือกกินอาหารที่สุก สะอาด มีคุณค่าทางโภชนาการ ดื่มน้ำสะอาด ที่เติมสารละสายไอโอดีน ฝึกนิสัยให้ชอบดื่มนมถั่วเหลืองด้วย







