
“อุเทน”หยันเวทีดีเบตกกต.ไร้ผลชี้จัดแก้เกี้ยว
“อุเทน” หยันเวทีดีเบต กกต.ไร้ผล จัดแค่หวังแก้เกี้ยวเรื่องเสรีภาพ โวยร่าง รธน.ยังส่งไม่ถึง ประชาชนอีกเพียบ
“อุเทน” หยันเวทีดีเบต กกต.ไร้ผล จัดแค่หวังแก้เกี้ยวเรื่องเสรีภาพ โวยร่าง รธน.ยังส่งไม่ถึง ประชาชนอีกเพียบ
วันที่ 22 ก.ค. นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการจัดเวทีชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงประชามติ หรือเวทีดีเบต จัดโดย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะเชิญทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายที่คัดค้าน มาแสดงความคิดเห็นทางสถานีโทรทัศน์ จำนวน 10 ครั้งก่อนถึงวันลงประชามติว่า ถือว่าช้าเกินไปกับการเปิดเวทีในลักษณะนี้ เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญมีรายละเอียดค่อนข้างมาก การออกทีวีเพื่ออธิบายเพียงชั่วโมงเดียวคงไม่สามารถทำให้เกิดความเข้าใจในข้อดีข้อเสียได้ทั้งหมด จึงมองได้ว่าการจัดเวทีลักษณะนี้ในช่วงนี้เป็นการแก้เกี้ยวในเรื่องการปิดกั้นเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังเชื่อว่าจะมีการกำหนดกรอบการอภิปรายพอสมควร โดยเฉพาะในส่วนของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ผลที่สุดคงไม่ได้ส่งผลให้เกิดการรับรู้เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญมากมายอย่างที่ กกต.คาดหวังไว้ นอกจากนี้ยังเห็นว่า กกต.บกพร่องในการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการทำประชามติ อีกทั้งเอกสารร่างรัฐธรรมนูญก็ยังส่งไม่ถึงมือประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งตรงนี้น่าเป็นห่วงเพราะร่างรัฐธรรมนูญมีเนื้อหาเป็นข้อกฎหมายมากกว่า 300 มาตรา ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ ยิ่งประชาชนได้รับเอกสารช้าเท่าไร ก็ทำให้มีเวลาในการศึกษาน้อยลงอีก ซึ่งไม่อยากมองว่าเป็นความตั้งใจเพื่อไม่ให้ประชาชนได้ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญอย่างถี่ถ้วน
นายอุเทน ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ที่ประกาศพร้อมรับคำท้าดีเบตจากทุกกลุ่มว่า ทราบว่าทาง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ปฏิเสธการร่วมเวทีดีเบตของ กกต. โดยอ้างว่า มีหน้าที่ชี้แจงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ในการถกเถียงข้อดีข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน นายอมร ซึ่งเป็นเพียงโฆษก กรธ.กลับแสดงท่าทีเหมือนพร้อมที่จะท้าตีท้าต่อยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งที่หน้าที่ของ กรธ.มีเพียงการให้ความกระจ่างในทุกๆข้อสงสัยที่เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ที่ผ่านมา พรรคคนไทยเคยมีหนังสือเป็นทางการถึง กรธ.เพื่อสอบถามใน 2 ประเด็นใหญ่ ตั้งแต่เมื่อครั้งร่างรัฐธรรมนูญเสร็จใหม่ๆ แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆจาก กรธ. ทั้งเรื่องมาตรา 98 (11) ที่ห้ามผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดลงสมัครเป็น ส.ส. ตรงนี้ครอบคลุมถึงผู้ใดบ้างกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี หรือที่รู้จักกันในนามสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 เข้าข่ายมาตรานี้หรือไม่ รวมไปถึงประเด็นแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญในอนาคตที่แทบทำไม่ได้เลย
“ในฐานะหัวหน้าพรรคคนไทย ขอท้า คุณอมร มาดีเบต โดยให้ คุณอมร กำหนดเรื่องเวทีหรือรูปแบบได้เลย หรือหากไม่รับคำท้า คุณอมร ที่เป็นโฆษก กรธ.ก็ควรจะตอบให้ได้ว่า มาตรา 98 (11) ครอบคลุมถึงบุคคลใดบ้าง และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะทำได้อย่างไร เพราะการขัดขวางการแก้ไขสามารถทำได้จากพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างน้อย หรือจากบรรดา ส.ว.แต่งตั้งทั้งหลาย รวมถึงขั้นของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อส่งเรื่องไปถึง" นายอุเทน ระบุ







