
"ศุภชัย"รับพบเหตุ ฉีก เผาทำลายบัญชีรายชื่อประชามติหลายจังหวัด
“ประธานกกต.”รับพบเหตุ ฉีก เผาทำลายบัญชีรายชื่อประชามติใน 8 จังหวัด คาด คึกคะนอง การเมืองท้องถิ่น วอนอย่าทำเพราะผิดกฎหมาย
“ประธานกกต.”รับพบเหตุ ฉีก เผาทำลายบัญชีรายชื่อประชามติใน 8 จังหวัด คาด คึกคะนอง การเมืองท้องถิ่น วอนอย่าทำเพราะผิดกฎหมาย
วันที่ 22 ก.ค. นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการฉีกเผาทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง ว่า กกต.ได้รับรายงานมีการ ฉีก เผาทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงใน 8 จังหวัด คือ ที่อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อ.สลกบาตร จ.ชัยภูมิ จ.กำแพงเพชร อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จ.สตูล อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และกทม. ซึ่งในแต่ละจังหวัดได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ถือว่าเล็กน้อยถ้าเทียบกับหน่วยเลือกตั้งที่มีเกือบแสนหน่วย
ขณะที่ในกทม.ได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว ส่วนพื้นที่จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากวัยรุ่นคึกคะนองหรือการเมืองท้องถิ่น เนื่องจากในท้องถิ่นดังกล่าวมีความขัดแย้งมายาวนาน การเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิหรือทำลาย ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็เคยเกิดขึ้นและมากกว่าครั้งนี้ บางทีหัวคะแนนไปดึงเอาบัญชีจากที่ติดประกาศไว้เพื่อนำดำเนินการบางอย่าง ดังนั้น ได้กำชับให้เร่งกวดขัน และกำชับเครือข่าย
“พลเมืองอาสาของเรา ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล ถ้าพบเหตุให้รีบแจ้ง รวมถึงสามารถใช้แอพพลิเคชั่นตาสับปะรดแจ้งเข้ามาได้ เพราะการกระทำดังกล่าวถือมีความผิดทางกฎหมาย ถ้าตีความว่าก่อความวุ่นวาย จะเข้าข่ายความผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ มาตรา 61 (1) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ถ้ามีจำนวน 5 ขึ้นไป ความผิดจะเพิ่มมากขึ้นคือจำคุกไม่เกิน10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 ถึง 200,000 บาท เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี นอกจากนี้ยังอาจเข้าข่ายความผิดมาตรา 57 ฐานขัดขวางการลงประชามติ”นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย ย้ำว่า การกระทำดังกล่าวอาจเป็นคึกคะนอง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ลัทธิเอาอย่าง มันไม่มีประโยชน์ การฉีกบัญชีดังกล่าว สามารถไปก็ติดใหม่ได้ มีสำรองไว้ แต่เป็นการทำผิดและติดคุก และคิดว่าไม่บานปลายจนทำให้ทำการทำประชามติต้องล้มเลิกไป ส่วนเรื่องการก่อความวุ่นวายต่างๆ ฝ่ายความมั่นคงก็ดูแลอยู่ ส่วนกรณีมีรายชื่อผู้ใช้สิทธิเกินในบ้านนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯ นั้น สามารถไปแจ้งให้เพิกถอนออกจากบัญชีได้เห็น ซึ่งขณะนี้เห็นว่ามีที่บ้านนายวีรพงษ์ คนเดียวเท่านั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับรายงาน เกี่ยวกับบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ 7 จังหวัด เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า กรณีฉีกบัญชีรายชื่อ 1 จังหวัด คือ จ.กำแพงเพชร กรณีเผาบัญชีรายชื่อ 2 จังหวัด คือ จ.ขอนแก่น และจ.สตูล กรณีบัญชีสูญหาย 4 จังหวัด คือ จ.กาฬสินธ์ จ.กาญจนบุรี จ.สุพรรณบุรี และจ.ชัยภูมิ
โดย 7 จังหวัด ประกอบด้วย 1.จ.กำแพงเพชรมีการฉีกบัญชี ผู้มีสิทธิ ออกเสียง ที่หน่วยที่ 5 เทศบาลตำบลสลกบาตร อ.ขาณุวรลักษณ์บุรี เหตุเกิดเมื่อ 16 ก.ค. ได้ ร้องทุกข์แล้ว ต่อมาได้รับรายงานเพิ่มเติมว่าผู้กระทำผิดเป็นเด็ก อายุ 8 ปี 2.จ.ขอนแก่น รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค. มีการนำบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิออกเสียง หน่วยที่ 36 ม.10 ชุมชนใหม่สามัคคี อ.ชุมแพ จำนวน 4 แผ่น มา เผาทำลาย ยังไม่ทราบสาเหตุ ผอ.กต.จว.ขอนแก่นได้ร้องทุกข์แล้ว
3.จ.สตูล ได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค. มีเหตุเผาบัญชีรายชื่อฯ หน่วยที่ 5 ม.4 ร.ร.บันนังปุเลา ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง 4.จ.กาฬสินธิ์ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ได้รับแจ้งว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงฯ หน่วยที่ 1 ม.9 ต.หนองอิเฒ่า อ.ยางตลาด สูญหายไปจากที่ติดประกาศ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง
5.จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 21 ก.ค. บัญชีรายชื่อฯ หน่วยที่ 2 ม.13 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี ได้หายไปจากที่ติดประกาศ ได้เปิดกล้องวงจรปิดดูพบภาพผู้ต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าป้ายและหลบหนีไป 6.จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.บ่อสุวรรณ อ.สองพี่น้อง รายงานว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง ได้หายไปจากที่ปิดประกาศ และ 7.จ.ชัยภูมิ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ ม.4 ต.โคกกุง อ.แก้งคร้อ ได้สูญหายไป จากที่ติดประกาศ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ ประธานชุมชนไปแจ้งนายอำเภอว่ามีการเผาบัญชีพนักงานสืบสวนสอบสวนของ สำนักงาน กกต.ไปร้องทุกข์ ที่ สภ.ชุมแพ มีผู้บังคับการขอนแก่นไปที่ชุมแพด้วย และในเบื้องต้น ในพื้นที่ตั้งประเด็นไว้ 2 ประเด็น คือ วัยรุ่นคึกคะนอง และการเมืองในท้องถิ่น และยังได้รับรายงานเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ เขตบางซื่อ และเขตบึงกุ่ม กรณีบัญรายชื่อสูญหาย ประกอบด้วย เขตบางซื่อ บัญชีรายชื่อสูญหาย ขณะนี้ได้ตัวผู้ต้องหาแล้ว
ส่วนเขตบึงกุ่ม บัญชีรายชื่อหายที่หน่วยอาสาสมัครที่โลตัส นวมินทร์ และประกาศที่ออกเสียงหาย ที่หน่วยอาสาสมัครที่วัดสุวรรณประสิทธิ์ นวมินทร์ ทั้งนี้ ทางเขตได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ซึ่งจะรายงานให้สำนักงาน กกต.กทม ได้ดำเนินการแจ้งความต่อไป







