
ทำงานไม่คุ้มเงินภาษี กอสส.เสนอยุบองค์กรตัวเอง
โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์
โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์
เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา กองบรรณาธิการได้รับหนังสือร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (กอสส.) ภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขอให้ยุบหรือยุติบทบาทการทำหน้าที่ของ กอสส. เพราะด้อยประสิทธิภาพในการทำงานเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และเชื่อว่ายังมีหน่วยงานของรัฐอีกหลายหน่วยงานที่ถึงเวลาจะต้องมีการทบทวนกันอย่างจริงจังว่าทำงานคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนหรือไม่
กอสส.ตั้งขึ้นโดยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการตั้งองค์กรอิสระ ประกอบด้วย ประธานและกรรมการ กอสส. รวม 13 คน มีหน้าที่ให้ความคิดเห็นประกอบโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง (รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ) ตามมาตรา 67 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และมอบหมายให้คณะกรรมการประสานการให้ความเห็นขององค์กรอิสระ ทำหน้าที่สนับสนุนให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือในการดำเนินการขององค์กรอิสระให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือการดำเนินงานขององค์กรอิสระตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ภายใต้ขอบเขตของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
คณะกรรมการ กอสส.คัดเลือกมาจากตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) และตัวแทนสถาบันอุดมศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม 4 คน ตัวแทนเอ็นจีโอและสถาบันการศึกษาด้านทรัพยากรธรรมชาติ 4 คน และตัวแทนเอ็นจีโอและสถาบันการศึกษาด้านสุขภาพ 4 คน มีประธาน 1 คน รวมเป็น 13 คน แต่ละคนมีเงินเดือนคนละ 4.5 หมื่นบาท และสามารถจ้างผู้ช่วยได้ 1 คน ในอัตราเงินเดือนคนละ 2.5 หมื่นบาท ไม่ต้องมาทำงานทุกวัน แค่มาประชุมให้ความเห็นชอบเมื่อมีโครงการให้พิจารณาเท่านั้น
สุรพล ดวงแข กรรมการ กอสส. ยอมรับว่า ภายใน กอสส.มีปัญหาเรื่องการทำงานอยู่ เช่น กรรมการบางคนไม่ยอมมาทำงาน แต่คนอื่นๆ ก็ทำอะไรคนเหล่านั้นไม่ได้ แต่ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าไร้ประสิทธิภาพนั้นเป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรง เพราะถึงแม้จะมีอุปสรรคค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ทำงานเลย เพราะการทำงานของ กอสส.ต้องให้ทางคณะกรรมการผู้ชำนาญการจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ส่งเรื่องมาหลังจากได้พิจารณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กอสส.พิจารณาให้ความเห็นชอบไปแล้ว 23 โครงการ ซึ่งก็ไม่ได้เห็นด้วยทุกเรื่อง
“ไม่ใช่ว่าเราจะเห็นด้วยทุกเรื่อง หลายเรื่อง และทุกเรื่องเราก็มีเครือข่ายด้านนั้นๆ มาช่วยทำงาน ไม่ใช่ว่าเราจะให้ความเห็นชอบโดยไม่มีข้อมูลอะไรสนับสนุนเลย ส่วนเรื่องที่ว่าเราไม่ทำงานก็ไม่ใช่ เพราะงานแต่ละโครงการนั้นต้องถูกส่งมาจาก คชก.ก่อน หลายเรื่องที่เราพิจารณา ผมเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมข่าวไม่ออก ทำไมผู้สื่อข่าวไม่รู้เรื่องเลย เช่น เราให้ความเห็นชอบเรื่องโรงไฟฟ้าไป 4 โรง เราตั้งคำถามกลับไป 20 คำถามให้เขาตอบกลับมา เขาตอบไม่ได้ อันนี้ควรจะเป็นข่าวมากเพราะเป็นผลประโยชน์กับประชาชนโดยตรง แต่ไม่มีข่าวออกมา” สุรพล กล่าวและว่า หากจะยุบ กอสส.เข้าใจว่า ไม่มีกรรมการคนไหนเดือดร้อน แต่คนที่จะเสียผลประโยชน์คือประชาชน
ย้อนกลับไปดูที่มาของ กอสส.รัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดให้มีกรรมการชุดนี้แต่ไม่ได้กำหนดวาระ ระยะเวลาในการทำงาน ในช่วงของรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เตรียมเสนอให้ กอสส.มีวาระการทำงาน 2 ปี แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็นรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับไม่มีการนำมาพิจารณา กอสส. จึงอยู่กับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลาถึง 6 ปีแล้ว โดยระยะหลังไม่ค่อยมีโครงการที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมาให้พิจารณา
เอกสารร้องเรียนระบุว่า 6 ปี ที่ กอสส.ตั้งขึ้นมานั้น มีปัญหาด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องการให้ความเห็นประกอบโครงการมาโดยตลอด อีกทั้งยังสร้างปัญหาการบริหารจัดการภายในสำนักงานที่รุนแรง อันเกิดจากความประพฤติของกรรมการกลุ่มหนึ่ง อีกทั้งความไม่มีประสิทธิภาพ และเอกภาพในการปฏิบัติงานของกรรมการ กอสส. ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความไม่เข้าใจและสำคัญผิดในบทบาทของตัวเอง ขาดธรรมาภิบาล และมีข้อครหาเรื่องความโปร่งใส
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กอสส.คนหนึ่ง เปิดเผยว่า จากการรวบรวมหลักฐานด้านต่างๆ มาตลอด 6 ปี ที่ทำงานในองค์กรนี้ จนถึงวันนี้ ส่วนตัวรู้สึกละอายใจและเสียดายงบประมาณของประเทศชาติอย่างมาก เพราะมองเห็นการทำงานของคณะกรรมการ กอสส.ชุดนี้ รู้สึกไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ต้องสูญเสียไป การจะยุบทิ้งองค์กรนี้ไป ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด เพราะทุกวันนี้แทบจะไม่มีงานอะไรทำเลย
เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณีนี้คงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน โดยมีหน่วยงานกลางเข้าไปดำเนินการ หากเห็นว่า กอสส.ยังมีความจำเป็นแต่อาจต้องปรับการบริหารงานภายในก็ว่าไป แต่หากไม่คุ้มค่าเงินภาษีของประชาชนก็ควรยุบทิ้ง และที่สำคัญควรใช้โอกาสนี้ปฏิรูปหน่วยงานรัฐ ด้วยการประเมินประสิทธิภาพด้านความคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนอย่างจริงจัง โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินการอย่างเฉียบขาด







