
เปิดฟินเทคกู้บ้าน
'กรณ์'ดันสตาร์ทอัพพลิกโฉมการเงินตั้งชมรมฟินเทคไทยแลนด์
'กรณ์'ดันสตาร์ทอัพพลิกโฉมการเงินตั้งชมรมฟินเทคไทยแลนด์
ชมรมฟินเทคไทยแลนด์เปิดตัวบริษัทฟินเทคให้บริการรีไฟแนนซ์เงินกู้บ้านให้ประชาชน ช่วยลูกหนี้ประหยัดเงินได้ถึง 20%
นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ ภาคเอกชนรวม 50-60 บริษัท จะเปิดตัวชมรมฟินเทคไทยแลนด์ขึ้น โดยจะประกาศเจตนารมณ์ที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ในหลากหลายรูปแบบ และไม่จำเป็นต้องใช้บริการของธนาคารพาณิชย์เพียงอย่างเดียว โดยจะแบ่งกลุ่มสมาชิกออกตามประเภทของบริการการเงินรูปแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นมา
“สมาชิกชมรมเลือกให้ผมเป็นประธานชมรมฟินเทคคนแรก หลังจากเปิดตัวชมรมแล้วเราจะเปิดตัวบริษัท รีฟินน์ เป็นบริษัทแรกเพื่อให้บริการฟินเทคกับประชาชน ซึ่งเป็นบริษัทของสตาร์ทอัพของนักศึกษากลุ่มที่ชนะเลิศจากโครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเราได้แนะนำและช่วยกันพัฒนาจนขึ้นมาเป็นฟินเทคที่รับรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน” นายกรณ์ กล่าว
สำหรับรูปแบบธุรกิจจะให้บริการแก่ลูกหนี้สินเชื่อเคหะที่ส่วนใหญ่จะกู้ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี และเมื่อหมดโปรโมชั่นก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยอัตราเอ็มแอลอาร์ลบ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าเดิมมาก ดังนั้นลูกหนี้สามารถมาขอใช้บริการซึ่งรีฟินน์จะให้ข้อมูลว่าตลอดอายุสัญญาจะจ่ายดอกเบี้ยเท่าไหร่ และหากรีไฟแนนซ์เงินกู้ไปสถาบันอื่นจะประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยไปได้เท่าไหร่ พบว่าโดยเฉลี่ยการรีไฟแนนซ์จะประหยัดรายได้จ่าย 20% รีฟินน์จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้า แต่จะเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารที่รับรีไฟแนนซ์หนี้ในอัตราล้านละ 2,000-3,000 บาท
“บริษัทนี้มีหน้าที่คำนวณดอกเบี้ยจากโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น และนำพาลูกค้าไปพบธนาคารที่จะรีไฟแนนซ์เงินกู้ไปอยู่ด้วย ในรูปแบบของมาร์เก็ตเพลส ซึ่งเรื่องนี้ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว พบว่าทำได้และจะช่วยให้เกิดการแข่งขันกัน ซึ่งผู้ได้ประโยชน์คือประชาชน และธนาคารขนาดเล็กที่ไม่ค่อยมีโอกาสเข้าถึง ลูกค้าคงจะชอบเพราะจะมีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น” นายกรณ์ เปิดเผย
ทั้งนี้ สินเชื่อเคหะปัจจุบันอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท แต่มีการรีไฟแนนซ์หนี้ปีหนึ่งน้อยมาก เพราะลูกค้าไม่สามารถคำนวณได้ว่าย้ายธนาคารแล้วจะประหยัดคุ้มค่าธรรมเนียมที่ธนาคารจะเก็บจากลูกค้าหรือไม่ ดังนั้นการมีผู้ช่วยจะทำให้มั่นใจ
นายกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ในต่างประเทศ ธุรกิจฟินเทคขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเข้ามาเป็นคู่แข่งของธนาคารพาณิชย์โดยตรง เปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันและการบริการการเงินจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ซึ่งมีบทบาทมากในระบบเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งชมรมจะช่วยเหลือต่อยอดฟินเทคสตาร์ทอัพที่มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจให้ขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง







