posttoday
เหล็กเส้นใช้เพิ่ม5%ราคาทรงตัว

เหล็กเส้นใช้เพิ่ม5%ราคาทรงตัว

12 กรกฎาคม 2559

สมาคมผู้ผลิตเหล็กฯ ชี้ความต้องการใช้เหล็กเส้นปีนี้เพิ่ม 5% จาก 1.4-1.5 ล้านตัน เป็น 2 ล้านตัน ขณะที่ราคายังทรงตัว    

สมาคมผู้ผลิตเหล็กฯ ชี้ความต้องการใช้เหล็กเส้นปีนี้เพิ่ม 5% จาก 1.4-1.5 ล้านตัน เป็น 2 ล้านตัน ขณะที่ราคายังทรงตัว    

นายอดิศร สุขพันธ์ถาวร สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า เปิดเผยว่า ในครึ่งปีหลังประเมินว่าความต้องการใช้เหล็กเส้นหรือเหล็กข้ออ้อยในประเทศเพิ่มขึ้น 5% จากเดิมอยู่ที่ 1.4-1.5 ล้านตัน/ปี หลังจากภาครัฐมีการเร่งผลักดันโครงการสาธารณูปโภคและรถไฟฟ้าหลายเส้นทาง ขณะที่กำลังการผลิตเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณทั้งประเทศอยู่ที่ 10 ล้านตัน โดยเป็นเหล็กเส้นหรือเหล็กข้ออ้อยที่ผลิตอยู่มีจำนวน 2 ล้านตัน

สำหรับแนวโน้มราคาเหล็กรูปพรรณปีนี้ยังทรงตัว โดยในช่วงที่ผ่านมาปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 14 บาท/กิโลกรัม (กก.) หรือ 1.4 หมื่นบาท/ตัน ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะใกล้จุดต่ำสุดแล้ว อย่างไรก็ดี แม้ความต้องการบริโภคเหล็กเส้นในประเทศจะมากขึ้น แต่ราคาจะยังทรงตัวต่อ เพราะเป็นตลาดมีแข่งขันสูงและมีผู้ประกอบการในตลาดมากกว่า 100 ราย ทำให้ราคาปรับขึ้นไม่เร็วมากนัก ส่วนแนวโน้มราคาเหล็กในระยะต่อไปยังประเมินยาก เพราะต้องติดตามทั้งปัจจัยภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก

ด้าน นายสิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า เหล็กเส้นหรือเหล็กข้ออ้อยในปัจจุบันเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เป็นไปตามมาตรฐานบังคับ มอก.24-2548 ซึ่งได้รับการปรับปรุงจากมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กข้ออ้อยที่ มอก.24-2536 สาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ การอนุญาตให้มีการผลิตเหล็กข้ออ้อย โดยผ่านกรรมวิธีทางความร้อน (Heat Treatment Rebar) โดยกำหนดให้ผู้ผลิตต้องจัดทำเครื่องหมายที่เหล็กข้ออ้อย โดยใช้สัญลักษณ์ “T” ประทับตัวนูน ดังนั้นเหล็กข้ออ้อยที่ผลิตด้วยกรรมวิธีนี้ในขั้นคุณภาพ SD40 และ SD50 จึงปรากฏสัญลักษณ์เป็น SD40T และ SD50T ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากอนุญาตให้ผลิตเหล็กข้ออ้อยตามมาตรฐานนี้เมื่อปี 2548 จนถึงปัจจุบันผู้ผลิตส่วนใหญ่ได้ปรับมาใช้วิธีการผลิตเหล็กข้ออ้อยด้วยกรรมวิธีความร้อนทั้งสิ้น ทำให้เหล็กข้ออ้อยการผลิตในชั้นคุณภาพ SD40 และ SD50 ที่ไม่มีตัวอักษร “T” มีปริมาณน้อย การพิจารณาถึงข้อกำหนดในรายการประกอบแบบที่ระบุชั้นคุณภาพไว้เป็นเพียง SD40 และ SD50 จึงเป็นปัญหาในการยอมรับจากส่วนราชการ ทั้งๆ ที่การระบุอักษร “T” เป็นเพียง ทำให้ผู้ใช้ทราบถึงกรรมวิธีการผลิตเท่านั้น ไม่ใช่เป็นชั้นคุณภาพของเหล็กข้ออ้อยแต่อย่างใด

“เหล็กข้ออ้อยประเภท SD40 กับ SD40T นั้นมีคุณสมบัติเหมือนกันแต่หน่วยงานราชการกำหนดให้ใช้ SD40 ในงานก่อสร้างทำให้ SD40T ไม่สามารถนำมาใช้ในงานราชการได้ ขณะที่ผลิตเหล็กส่วนใหญ่ผลิตแบบ SD40T ซึ่ง วสท.ต้องการจะบอกว่าเหล็กทั้งสองแบบนั้นเหมือนกัน” นายสิริวัฒน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI