
โพลชี้คนมองการเมืองไทยดีขึ้นหลังรัฐประหาร
ดุสิตโพลเผย คน46.87% มองการเมืองไทยดีขึ้นหลังมีรัฐประหาร เพราะเกิดความสงบ-รัฐบาลแก้ปัญหาจริงจัง แต่ยังมีความขัดแย้ง
ดุสิตโพลเผย คน46.87% มองการเมืองไทยดีขึ้นหลังมีรัฐประหาร เพราะเกิดความสงบ-รัฐบาลแก้ปัญหาจริงจัง แต่ยังมีความขัดแย้ง
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "การเมือง ณ วันนี้" โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,295 คน ส ารวจระหว่างวันที่4-9 ก.ค.ถึง ภาพรวมการเมืองไทยในปัจจุบัน สรุปผลได้ดังนี้
1. ประชาชนมอง “การเมืองไทย” ณ วันนี้อย่างไร?
อันดับ 1 นักการเมืองขาดความสามัคคี ทะเลาะเบาะแว้ง ใส่ร้ายกันไปมา 79.69%
อันดับ 2 ปัญหาทางการเมืองส่งผลกระทบในทุกๆด้านโดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศ 75.52%
อันดับ 3 ยังมีการทุจริตคอรัปชั่นในโครงการต่างๆ 68.73%
อันดับ 4 ก าลังจะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ 64.40%
อันดับ 5 การเมืองวันนี้ดีกว่าที่ผ่านมา รัฐบาลควบคุมดูแลได้ดี มีนโยบายชัดเจน 57.61%
2. เมื่อเปรียบเทียบการเมืองไทยก่อนที่จะมีรัฐประหาร กับ การเมืองไทย ณ วันนี้เป็นอย่างไร?
อันดับ 1 ดีขึ้น 46.87%เพราะ ไม่มีการชุมนุมประท้วง การทะเลาะเบาะแว้งลดน้อยลง ปฏิบัติตามกฎระเบียบมากขึ้น มีมาตราพิเศษคอยควบคุมเพื่อความสงบเรียบร้อย ฯลฯ
อันดับ 2 เหมือนเดิม 29.58% เพราะ ยังมีปัญหาความขัดแย้ง มีคลื่นใต้น้ำ การปล่อยข่าวสร้างกระแส มุ่งหวังแต่อ้านาจผลประโยชน์ ฯลฯ
อันดับ 3 แย่ลง 23.55% เพราะ ยังไม่มีการเลือกตั้ง เป็นการเมืองภายใต้การรัฐประหาร ท้าให้ต่างชาติไม่เชื่อมั่น กระทบต่อเศรษฐกิจ ฯลฯ
3. สิ่งที่“การเมืองไทย” ณ วันนี้ดีขึ้น คือ
อันดับ 1 บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีการเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วง 81.62%
อันดับ 2 รัฐบาลควบคุมดูแลเข้มงวด การแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น 80.93%
อันดับ 3 กำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ กำลังจะมีการเลือกตั้ง 74.59%
4. สิ่งที่“การเมืองไทย” ณ วันนี้แย่ลง คือ
อันดับ 1 อยู่ภายใต้รัฐบาลทหาร ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้เท่าที่ควร 78.74%
อันดับ 2 เป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง กระทบต่อภาพลักษณ์ในสายตาต่างชาติ 62.70%
อันดับ 3 ไม่มีการคานอำนาจ ไม่มีระบบการตรวจสอบการทำงานที่ชัดเจน 60.12%
5. สิ่งที่“การเมืองไทย” ณ วันนี้ยังคงเหมือนเดิม คือ
อันดับ 1 ยังคงมีความขัดแย้งแตกแยก ความแตกต่างทางความคิด 87.34%
อันดับ 2 เห็นแก่พวกพ้อง อำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน 78.38%
อันดับ 3 พฤติกรรมนักการเมืองยังเหมือนเดิม วิพากษ์วิจารณ์ ไม่รับฟังความคิดเห็น 72.59%







