
นายกฯ มาอย่างไร ในร่าง รธน.
ช่วงนี้ผู้คนติดตามถามไถ่เรื่องราวเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญกันอุ่นหนาฝาคั่ง นอกเหนือจากเรื่องสิทธิและเสรีภาพ
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
ช่วงนี้ผู้คนติดตามถามไถ่เรื่องราวเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญกันอุ่นหนาฝาคั่ง นอกเหนือจากเรื่องสิทธิและเสรีภาพก็มีประเด็นทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐสภา รัฐบาล ศาล องค์กรอิสระ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนจับตามอง และให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ หัวหน้าของฝ่ายบริหาร หรือที่เราเรียกกันว่า นายกรัฐมนตรีนั่นเอง
มาตรา 88 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุว่า ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแจ้งรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกินสามรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรายชื่อบุคคลดังกล่าวให้ประชาชนทราบ และให้นำความในมาตรา 87 วรรคสอง คือ เมื่อมีการสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองจะถอนการสมัครรับเลือกตั้งหรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เฉพาะกรณีผู้สมัครรับเลือกตั้งตายหรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม และต้องกระทำก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ทั้งนี้ พรรคการเมืองจะไม่เสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ได้
หลังจากที่ได้มีการเลือกตั้งแล้วก็จะเข้าสู่การพิจารณาภายใต้มาตรา 159 ซึ่งกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 (รายละเอียดเอาไว้คุยกันคราวต่อๆ ไป) และเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดยเสนอได้เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร นั่นคือ ไม่น้อยกว่า 25 คน โดยการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งนั้น จะต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร นั่นคือ ไม่น้อยกว่า 50 คน ทั้งนี้ มติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีต้องกระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร นั่นคือ ตั้งแต่ 251 เสียงขึ้นไป
ร่างรัฐธรรมนูญได้เปิดทางเผื่อเอาไว้ หากเกิดกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นได้ โดยมาตรา 272 กำหนดว่าในวาระเริ่มแรก เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภา นั่นคือ สภาผู้แทนราษฎรรวมกับวุฒิสภา มีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอขื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้นั้น ในกรณีนี้ ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา นั่นคือ ไม่น้อยกว่า 467 คน ให้ยกเว้นได้ ให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตามมาตรา 159 ต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้หรือไม่ก็ได้







