เครือข่ายพลเมืองเน็ตยื่น4หมื่นชื่อสนช. ร้องชะลอแก้'พ.ร.บ.คอมฯ'
เครือข่ายพลเมืองเน็ตยื่น 40,000 รายชื่อต่อสนช. ร้องชะลอแก้'พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ'
เครือข่ายพลเมืองเน็ตยื่น 40,000 รายชื่อต่อสนช. ร้องชะลอแก้'พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ'
วันที่ 7 ก.ค. ที่รัฐสภา ตัวแทนเครือข่ายพลเมืองเน็ต นำโดยนายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต และนางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เข้ายื่น40,000 รายชื่อ ที่ร่วมกันรณรงค์ออนไลน์ผ่าน change.org หยุด Single Gateway หยุดกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคล ต่อ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 โดยเรียกร้องให้ชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่มีปัญหาเรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงออกและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร อีกทั้งจะรบกวนการทำงานของระบบอินเทอร์เน็ตทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ปลอดภัย
นายอาทิตย์ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ....หรือร่างแก้ไขพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯเป็นหนึ่งในชุดกฎหมายความมั่นคงดิจิทัล ที่องค์กรภาคประชาชน 6 องค์กรและประชาชนมากกว่า 22,000 คน เคยเข้าชื่อเรียกร้องให้ชะลอการพิจารณา และรัฐบาลรับปากจะแก้ไขให้ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพแต่เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งปี พร้อมกับกระแสข่าวที่กระทรวงไอซีทีเสนอแนวคิด"Single Gateway"เพื่อให้ควบคุมข้อมูลจากต่างประเทศได้สะดวกขึ้น โดยร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ดังกล่าวถูกปรับปรุงแล้วส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 21เม.ย คณะรัฐมนตรีได้ลงมติเห็นชอบในวันเดียวกันพร้อมทั้งส่งต่อให้ สนช. พิจารณาประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยมีสนช.มติเอกฉันท์รับหลักการ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทางเครือข่ายฯ จึงขอเรียกร้องให้ สนช.ได้ทบทวนและแก้ไขร่างกฎหมาย 3 มาตราที่จะกระทบกับสิทธิเสรีภาพของ ประชาชน โดยพิจาณาแก้ไขร่างมาตรา14 ให้มีความรัดกุมชัดเจน แก้ไขร่างมาตรา 15 และ 20 ให้การออกมาตรการใดๆที่จะกระทบสิทธิเสรีภาพโดยทั่วไปของประชาชนจะต้องผ่านกระบวนการการพิจารณาของรัฐสภาเท่านั้น และพิจารณาตัดมาตรา 20 (4) ออกจากร่าง
นางปิยนุช กล่าวว่ามีความกังวลอย่างยิ่งต่อเนื้อหาในบางมาตรา ที่อาจปิดกั้นสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกทางอิเล็กทรอนิกส์และสิทธิในความเป็นส่วนตัวของประชาชนซึ่งควรได้รับการส่งเสริมและการคุ้มครองตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคีสิทธิที่จะมีเสรีภาพและสิทธิความเป็นส่วนตัวควรได้รับการคุ้มครองตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง(ICCPR)ที่ไทยเป็นประเทศภาคีมาตั้งแต่ปี2539หน้าที่ของทางการไทยจึงเป็นการคุ้มครองสิทธิดังกล่าวอย่างเคร่งครัดไม่ใช่การพยายามปิดกั้นอย่างที่เป็นอยู่
ด้านนายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้มารับหนังสือจากนายพรเพชรให้มารับหนังสือ ซึ่งก็คงจะนำไปหารือต่อประธาน สนช. และคงต้องนำเรื่องสู่เข้าที่ประชุมวิปสนช.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้จะนำข้อมูลที่ได้ไปให้สมาชิกเพื่อประกอบการอภิปรายในวาระที่ 2 และ 3 พร้อมทั้งอยากให้กลุ่มพลเมืองเน็ตเข้าไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการที่พิจราณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อที่จะได้เข้าใจยิ่งขึ้น







