
ฟื้นฟูเอสเอ็มอี
จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในสิ้นปี 2558 มีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่จดทะเบียนเป็นเอสเอ็มอีมีจำนวน 2,765,986 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 29,242 ราย โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของนิติบุคคล 23,130 ราย และเป็นวิสาหกิจชุมชน 6,112 ราย
จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในสิ้นปี 2558 มีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่จดทะเบียนเป็นเอสเอ็มอีมีจำนวน 2,765,986 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 29,242 ราย โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของนิติบุคคล 23,130 ราย และเป็นวิสาหกิจชุมชน 6,112 ราย
ในส่วนของนิติบุคคลที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นการเพิ่มขึ้นในภาคการบริการ 12,576 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจก่อสร้างอาคารเป็นการเพิ่มขึ้นในกลุ่มภาคการค้า 7,498 ราย และในกลุ่มภาคการผลิต 3,056 ราย ซึ่งเป็นในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและระบบปรับอากาศ และธุรกิจผลิตอาหารเป็นส่วนใหญ่
สำหรับในส่วนของธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดานั้น ใช้ฐานข้อมูลจากการสำมะโนธุรกิจ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งดำเนินการทุก 5 ปี โดยปี 2558 มีจำนวน 2,079,267 ราย และในปี 2559 นี้ สสว.สนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานสถิติแห่งชาติในการดำเนินการสำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานผู้ประกอบการในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มี SMEs มากที่สุดของประเทศและเป็นพื้นที่ที่สำรวจนับว่ายากมากที่สุด (งานนับจดในกรุงเทพฯ ปี 2559)
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากงบการเงินปีล่าสุดคือ ปี 2557 ของ SME ประมาณ 4.2 แสนรายนั้น พบว่า 70% แสดงหนี้สินน้อยกว่า 3 ล้านบาท และมี SMEs ที่มีหนี้สินอยู่ในช่วง 3-10 ล้านบาท มีอยู่ 12% หรือประมาณ 5.1 หมื่นราย และมี SMEs ที่มีรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 7,400 ราย
จากการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2559 เปิดโอกาสให้ธุรกิจ SMEs ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่ยังมีช่องทางในการดำเนินธุรกิจสามารถยื่นคำขอฟื้นฟูกิจการได้
สำหรับกฎหมายฉบับนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลที่มีวงเงินหนี้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ได้รับสิทธิประโยชน์คือ หากเจ้าหนี้หลักรับแผนฟื้นฟูแล้วเจ้าหนี้อื่นจะมาฟ้องไม่ได้ ซึ่งจะทำให้การปรับโครงสร้างหนี้เป็นไปได้ง่ายขึ้น โอกาสที่เจ้าหนี้เดิมจะให้เงินกู้เพิ่มเพื่อ SMEs ไปดำเนินธุรกิจต่อจะสามารถทำได้ดีขึ้น ไม่ต้องกลัวเจ้าหนี้ที่เหลืออยู่มาฟ้อง
ร่าง พ.ร.บ.นี้จะเปิดโอกาสให้ SMEs จำนวนประมาณ 7,400 ราย ที่มีโอกาสใช้ประโยชน์จาก พ.ร.บ.ฉบับนี้มี รวมทั้ง สสว.ยังมีโครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม เพื่อฟื้นฟูกิจการเอสเอ็มอีต่อไปหลังจากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการแล้วเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้ลูกหนี้ที่ประกอบธุรกิจ SME จะได้มีโอกาสปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทั้งหลายและดำเนินธุรกิจต่อไปได้







