
พลานุภาพแห่งข่าวสาร
....ภุมรัตน์ ทักษาติพงษ์
ผู้นำต้องมองภาพของโลกและประเทศในเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ไปเล่นเรื่องยุทธวิธี ผู้นำของไทยเกือบทุกคนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันใช้เวลาส่วนใหญ่แก้ไขปัญหาในประเทศเป็นสำคัญ น้อยคนนักที่จะให้ความสนใจในความเปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์ของโลก
การเมืองโลกเปลี่ยนเร็วและแรงหลังสงครามเย็นที่การเมืองโลกเป็นการเมืองขั้วเดียว สหรัฐหยิ่งผยองเป็นยิ่งกว่าอภิมหาอำนาจ แต่เป็นเอกอัครอภิมหาอำนาจของโลก เพียงแค่ทศวรรษกว่าๆ หลังสงครามอิรัก การเมืองโลกก็เปลี่ยนไปเป็นการเมืองหลายขั้ว สหรัฐไม่สามารถบงการโลกได้เพียงผู้เดียวอีกต่อไป เพราะยังมีสหภาพยุโรป รัสเซีย จีน อินเดีย ที่คอยคานสหรัฐไม่ให้ทำอะไรตามใจมากเกินไป
เศรษฐกิจโลกก็เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 7 ประเทศ หรือ จี7 เป็นผู้บงการเศรษฐกิจโลก ทิศทางเศรษฐกิจโลกจะไปทางไหนขึ้นอยู่กับกลุ่ม จี7 แต่วันนี้ความสำคัญอยู่ที่กลุ่ม จี22 หรือประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก 22 ประเทศ ซึ่งรวมถึงกลุ่ม จี7 ด้วย โดยมี จีน อินเดีย บราซิล ที่เป็นเศรษฐกิจดาวรุ่งพุ่งแรง สหรัฐซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดของโลกกลายเป็นต้นตอของวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งล่าสุดที่แพร่กระจายรังสีอำมหิตไปทั่วโลก เศรษฐกิจยุโรปก็ย่ำแย่ ขณะที่เศรษฐกิจจีนและอินเดียกำลังพุ่งแรง จีนสามารถแก้ไขและฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีต้นตอจากสหรัฐได้ดีกว่าสหรัฐ
พลังงานเป็นสิ่งท้าทายสำคัญของโลก โดยเฉพาะพลังงานฟอสซิล อาทิ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหินจะร่อยหรอไปเรื่อยๆ ราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงฟอสซิลจะไม่ลดต่ำกว่าปัจจุบัน โลกต้องแสวงหาพลังงานทางเลือกมากขึ้นทั้งพลังงานน้ำ ลม แสงแดด ชีวภาพ ฯลฯ ความมั่นคงด้านพลังงานจะเป็นวาระสำคัญของโลก
น้ำจะเป็นปัญหาวิกฤตของโลกในอนาคต ต่อไปโลกจะขาดแคลนน้ำและส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางเกษตร จะมีการแย่งชิงน้ำกันในหลายพื้นที่ของโลก ภัยพิบัติทางธรรมชาติซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากน้ำ ทั้งขาดแคลนน้ำและน้ำท่วม ทำให้ราคาสินค้าเกษตรด้านอาหารสูงขึ้น
สงครามไฮบริด ซึ่งคงล้อมาจากรถไฮบริดที่ใช้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ความขัดแย้งในอนาคตของโลกจะเป็นสงครามไฮบริดมากขึ้น เป็นสงครามที่ผสมผสานกันระหว่างสงครามในแบบขนาดใหญ่กับการก่อการร้ายและการก่อความไม่ที่เป็นสงครามขนาดย่อย ที่คู่สงครามไม่จำกัดเฉพาะตัวละครที่เป็นรัฐอธิปไตยเท่านั้น แต่ตัวละครที่ไม่ใช่รัฐอธิปไตย เช่น กลุ่มก่อการร้าย กลุ่มก่อความไม่สงบ จะเข้ามาร่วมด้วย รัฐล้มเหลวทั่วโลกจะเป็นแหล่งซ่อนตัวของขบวนการทำสงครามไฮบริดมากขึ้น
การแพร่กระจายของอาวุธที่มีอำนาจทำลายร้ายแรงและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เคมีและชีวภาพ ซึ่งมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น โลกจับตาดูที่เกาหลีเหนือ อิหร่าน และตะวันออกกลางเป็นสำคัญ หากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ตกอยู่ในเมืองผู้ก่อการร้าย โลกจะตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น
พลังข้อมูลข่าวสารกลายเป็นพลังอำนาจอย่างใหม่ของโลกที่มีพลานุภาพมากที่สุด โดยเฉพาะ
“การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์” ส่วนใหญ่ใช้ใน “สงครามการเมือง” ซึ่งเป็นการสื่อทางคำพูด ภาพ การกระทำ ฯลฯ ให้เข้าจังหวะกันพอดี เพื่อโน้มน้าวใจให้ผู้ฟัง ผู้ดูให้เชื่อในสิ่งที่เราสื่อไปให้ โดยเฉพาะการเสนอความจริงที่จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถืออย่างถูกจังหวะ ถูกกลุ่มเป้าหมาย ใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ต้องมีการวิเคราะห์ วางแผน กำหนดเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ระยะยาวที่จะต้องบรรลุให้ได้ “การปฏิบัติการข่าวสาร” หรือ “การปฏิบัติการจิตวิทยา” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์เป้าหมายอาจรวมถึง (1) มวลชน (2) บุคคลที่มีอิทธิพล ซึ่งได้รับความเชื่อถือจากประชาชนทั่วไป ถ้าสามารถทำให้คนพวกนี้เชื่อได้ และเขาเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อไป ก็เท่ากับเป็นสายลับอิทธิพลที่จะช่วยให้วัตถุประสงค์ของเราบรรลุผล และ (3) กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น เยาวชนกลุ่มคนรากหญ้า
เครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ เป็นสื่อโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เช่น ซีเอ็นเอ็น บีบีซี หรืออัลจาซีรา หรือเครือข่ายสังคมโลก เช่น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ฯลฯ ที่สามารถเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างกว้างขวางในเวลารวดเร็วที่ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถป้องกันได้ หรือป้องกันยาก นอกจากนั้นยังสามารถดำเนินการผ่านช่องทางการทูต การทหาร ภาคธุรกิจ หรือสื่อสารมวลชน ทั้งนี้การปฏิบัติการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ต้องร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองมักมีส่วนเข้าไปวางแผนในการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ ส่วนการปฏิบัตินั้นต้องดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย เพราะภาคเอกชนมีความคล่องตัวมากกว่า
ในขณะที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลได้ใช้การสื่อสารทางยุทธศาสตร์เป็นเครื่องมือบ่อนทำลายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง จนทำให้รัฐบาลปวดหัวไปตามๆ กัน ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้ดำเนินการด้านการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ต่อเป้าหมายต่างประเทศและในประเทศไปมากน้อยเพียงใด เพราะเพียงแค่การปฏิบัติการข่าวสารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์อย่างเดียวยังไม่พอ รัฐบาลต้องเร่งเปิดแนวรุกด้านสื่อสารทางยุทธศาสตร์มากขึ้น เพื่อสู้กับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและประเทศเพื่อนบ้าน
หากรัฐบาลใช้พลังข่าวกรองที่มีอยู่ให้เกิดอานุภาพสูงสุดในการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ในจังหวะเวลาและสถานที่ที่ถูกต้องต่อเป้าหมายที่มีความสำคัญเร่งด่วนสูงสุด รัฐบาลก็จะชนะในสงครามการเมืองครั้งนี้







