posttoday
คะแนนการบริหาร เศรษฐกิจของรัฐบาล

คะแนนการบริหาร เศรษฐกิจของรัฐบาล

24 มิถุนายน 2559

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

มีผู้อ่านถามมา ยอมรับว่าหลายๆ ตอนที่ผ่านมามักเขียนถึงภาพด้านลบของเศรษฐกิจ ในความจริงแล้ว ไม่มีอะไรจะลบทั้งหมดและบวกทั้งหมด ครั้งนี้ก็เช่นกัน สิ่งบวกเกิดขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือ ทุกคนพูดไปในทางเดียวกันว่า “เป็นโชคดีที่เราได้เห็นตัวเอง” แม้วันนี้เรายังลำบาก

การได้เห็นตัวเองว่า เราไม่สามารถขับเคลื่อนและวางใจเศรษฐกิจของประเทศบนโครงสร้างเดิมๆ ได้แล้ว ทำให้เกิดแนวคิดเศรษฐกิจใหม่ๆ ความร่วมมือแบบที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ ปรากฏขึ้นมากในประเทศไทยช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนให้คะแนนบวกในการบริหารเศรษฐกิจช่วงปีหลังนี้ แม้ว่าผลออกมายังไม่แน่ว่าจะได้ตามความต้องการหรือไม่

ประเทศไทยมีฐานการเกษตรขนาดใหญ่ มีพ่อค้าเล็กพ่อค้าน้อยทุกตรอกซอกซอย มีฐานอุตสาหกรรมที่หากคิดเฉพาะที่เป็นสินค้านวัตกรรมจากคนไทยเองที่ไม่ใช่การรับจ้างผลิตต่ำมาก แต่เราพึ่งมันมากและติดกับดักนี้มานานหลายสิบปี จนความสมดุลหลักเสีย คนส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจเพราะภาคหลักไม่ได้ถูกพัฒนา คนส่วนใหญ่อยู่ที่เดิม คนส่วนน้อยเดินหน้าได้ เมื่อวันนี้คนส่วนน้อยเดินหน้าลำบากขึ้น เกิดปัญหาการเมืองขึ้น เราจึงเห็นภาพทันที ทั้งก่อนและหลังการรัฐประหาร และเชื่อว่าผู้ทำการรัฐประหารก็เห็นภาพนี้เช่นกัน สารพัดโครงการที่ผลักดันเศรษฐกิจฐานรากของประเทศที่ไม่เคยเกิดขึ้น ถูกผลักอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ยกตัวอย่างโครงการต่างๆ ที่ผู้เขียนสนับสนุน และหวังอยากให้ทำให้สำเร็จให้เร็วที่สุด เช่น

1.การพัฒนาสินค้าโอท็อป เพิ่มเติมจากเดิม ให้สามารถไปสู่ตลาดโลกได้ ผ่านกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

2.การเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นสินค้าเกษตรในลักษณะวัตถุดิบให้เป็นสินค้าเกษตรแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน สำคัญคือตัวเกษตรกรเอง ขยับปรับตัวเอง เกษตรอินทรีย์ที่เริ่มเห็นมากขึ้น

3.การผลักดันให้มีการปรับตัวของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ผู้ประกอบการพันธุ์ใหม่ ผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รวมทั้งการผลักดันสินค้าไทยออกไปจำหน่ายยังจีน CLMV ผ่านกรมการค้าระหว่างประเทศ
กรมการค้าภายใน และสมาคม สภาการค้า Biz Club ทุกประเภท เรียกว่าระดมกันอย่างรุนแรง คนตัวเล็กตัวน้อยกำลังออกไปผจญโลก จากเมื่อก่อนต้องผ่านรายใหญ่เท่านั้น

4.การนิรโทษกรรมภาษี และให้เกิดระบบบัญชีเดียว รวมทั้งการผลักดัน e-Payment และ Single Account ผู้เขียนไม่ได้มองข้อดีเรื่องขยายฐานภาษี ผู้เขียนมองเรื่องความโปร่งใสจากทั้งสองฝั่งคือตัว
ผู้ประกอบการและสรรพากร

4 ประการนี้ คือสิ่งที่คิดว่ารัฐบาลทำได้ดี และผู้นำรัฐบาลเองลงมาคลุกฝุ่นอย่างเต็มที่ ทำไมจึงว่าดี? นั่นเพราะนี่ล่ะคือหัวใจระบบเศรษฐกิจของประเทศ คนส่วนใหญ่ของเราอยู่ตรงนี้ เมื่อเขามีส่วนร่วม ประเทศจะขยับอย่างเร็ว แม้เศรษฐกิจไม่เติบโตจากภายนอก แต่จะเคลื่อนตัวได้จากภายใน พออยู่ได้ พอไปได้ เดินสายกลาง

สิ่งที่ให้คะแนนปานกลาง คือเรื่องการผลักดันการส่งออกธุรกิจขนาดใหญ่ การลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่ การเดินสายนำนักลงทุนเข้ามาลงทุน เขียนไว้หลายครั้งทำอย่างไรตอนนี้ก็ลำบาก โลกเศรษฐกิจเปราะบางมาก แต่แน่นอนยังไงก็ต้องทำ เข้าใจท่านที่เกี่ยวข้องอย่างดี ในภาคที่ต้องให้คะแนนติดลบเลยคือ การออกกฎหมายการค้าหลายเรื่องล่าช้า การไม่สามารถโน้มน้าวให้ระบบตลาดเงิน ยอมโน้มตัวลงมาหาประชาชนส่วนใหญ่อย่างเป็นรูปธรรม เช่นเรื่องการที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเงินกู้สูงมาก รวมทั้งการไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการปล่อยสินเชื่อ จนนักลงทุนไม่ลงทุน หรือไปลงทุนต่างประเทศแทน (TDI เพิ่มขึ้น FDI ตกลง) และการไม่สามารถสร้างตลาดทุนใหม่ๆ ที่มีรูปแบบใหม่ๆ ได้ ทั้งๆ ที่อำนาจนั้นเต็มมือ

ประเทศที่น่าลงทุนวันนี้สำหรับคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่มีประเทศไทยประเทศเดียว โลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน

ระยะหลังนี้คะแนนความนิยมรัฐบาลในภาครวมด้านเศรษฐกิจตกลงจากธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ความนิยมในตัวผู้นำรัฐบาลจากประชาชนทั่วไป ภาคธุรกิจขนาดเล็ก วิสาหกิจชุมชนกลับเพิ่มขึ้น ประเทศไทยคือประเทศที่มีเอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดเล็ก วิสาหกิจชุมชน ตลาดขนาดเล็ก ระบบการเกษตรที่หลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เราไม่จำเป็นต้องพึ่งการเติบโตจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพื่อคงสภาพให้มีการจ้างงานในมุมเดียว เราไม่จำเป็นต้องพยายามรักษาธุรกิจขนาดใหญ่ให้คนไม่ตกงานจนทำให้โครงสร้างบิดเบี้ยวเกินความจำเป็น เราไม่เหมือนยุโรป เรามีทางเลือกมากกว่า

มีคนพูดมากกว่าคนสมัยใหม่ ทำไมไม่สนใจต่อต้านรัฐประหาร คนพูดต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครจะมาบริหารประเทศทางใดก็ตาม ถ้าไม่ได้ทำให้ระบบเศรษฐกิจปากท้อง ของคนส่วนใหญ่ดีขึ้น ก็ไม่มีใครสนใจอะไรทั้งนั้น พูดแบบนี้ก็จะกลายเป็นไม่ยึดถือประชาธิปไตย ไม่เป็นไร คอลัมน์นี้เขียนเรื่องเศรษฐกิจครับ และหากใครจะต่อว่าเรื่องการมองด้านเดียว ก็จะขอถามท่านนั้นก่อนว่า ท่านกินเงินเดือนจากภาษีประชาชน หรือท่านทำมาหากินล้มลุกคลุกคลานเอง ถ้าเป็นฝ่ายหลัง เราจะคุยกันเข้าใจ บนเงื่อนไขว่า ผู้เขียนก็ไม่นิยมประชานิยมของทุกรัฐบาล เขียนเรื่องนี้จะยาว เป็นหนังสือเบื้องหลังประวัติศาสตร์ได้เลย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน