
ไพบูลย์มั่นใจคดีพระธัมมชโยมีทางออกแต่ต้องใจเย็น
รมว.ยุติธรรมมั่นใจคดีพระธัมมชโยมีทางออก แต่ต้องใจเย็นๆ ยอมรับสู้กับความเชื่อลำบาก แต่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
รมว.ยุติธรรมมั่นใจคดีพระธัมมชโยมีทางออก แต่ต้องใจเย็นๆ ยอมรับสู้กับความเชื่อลำบาก แต่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงทางออกคดีพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายว่า "มีทางออก แต่ต้องใจเย็นๆ"
เมื่อถามว่า กรณีข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)จะตรวจสอบการให้สัมภาษณ์ของ นายบุญชัย เบญจรงคกุล นักธุรกิจชื่อดัง ที่เชิญชวนศิษย์วัดพระธรรมกายให้มาร่วมปฏิบัติธรรมว่า ต้องดูก่อนว่าเข้าข่ายประเด็นข้อกฎหมายไหน
เมื่อถามว่า การที่นำคลิปเสียงมาเผยแพร่ มาใช้เชิงจิตวิทยา ตรงนี้จะดำเนินการอะไรได้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ ตอบว่า สังคมก็เข้าใจ แต่ในเรื่องกฎหมายต้องพูดในอีกมุมหนึ่งว่ามีหลักฐานครบถ้วนหรือไม่ ตนถึงพูดว่า พฤติกรรมต่างๆมันตอบเจตนาทั้งหมด ก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงอะไร
เมื่อถามว่า เป็นการเอากฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ท้าทายอำนาจรัฐหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ ตอบว่า "ก็นั่นนะซิ นักข่าวถามผมแบบนี้ สังคมส่วนหนึ่งก็คิดแบบนี้ ซึ่งเราไม่ต้องการกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ไม่ต้องการให้การบังคับใช้กฎหมายมีความไม่เท่าเทียมกัน มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ซึ่งทางดีเอสไอพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะตอนนี้เกิดปัญหามากมาย ขอให้เข้าใจและเห็นใจเจ้าหน้าที่ เพราะเขาอยู่ในกรอบกฎหมาย เขาก็ต้องทำให้เกิดความเรียบร้อย ตนจะพยายาม เพราะเรื่องนี้มีความจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือคนที่ได้รับความเสียหาย จากคดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จึงต้องหาคนผิดให้ได้"
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องให้คณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)เข้าไปอายัดทรัพย์ก่อนหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่าเท่าที่ทราบ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เชิญปปง.มาคุยกันแล้ว ถือเป็นขั้นตอนต้องเสนอปปง.อยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันปปง.อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตนยืนยันไม่ได้ไปรังแกใคร เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นสิ่งที่เราไปจัดให้ระบบไม่เกิดการปฏิบัติ ต้องเข้าใจด้วยว่าคดีนี้เกิดมานานแล้ว มีคดีที่เกี่ยวข้องกว่า 13 คดีที่เกิดก่อนรัฐบาลนี้เข้ามาแล้วนำมารวม เมื่อตนเข้ามาก็ได้จัดการ และตนได้หารือกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผอ.สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) แล้วว่าให้ช่วยลงมาดูแลตรงนี้ด้วย ทั้งหมดนี้ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง ต้องใช้มาตรการทางสังคมด้วย เพราะบางครั้งอาจติดขัดในแง่ของกฎหมาย แต่มาตรการทางสังคมสามารถที่จะลงโทษคนกระทำมิชอบได้
เมื่อถามว่าคดีนี้มีความลำบากหรือไม่ เพราะต้องต่อสู้กับความเชื่อของบุคคลกลุ่มหนึ่ง พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า มันก็ทำลำบาก ไม่ง่าย ตัวคดีไม่มีความซับซ้อน เพราะเป็นเรื่องการฟอกเงิน การยักยอกเงิน แต่มีความยุ่งยากในเรื่องของความเชื่อ แต่ตนบอกว่าต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายรัฐบาลก็เสียหาย
เมื่อถามว่า ดีเอสไอยังอยู่ในขั้นตอนเจรจาได้อยู่หรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่าถ้าได้ก็เจรจากันไป แต่ถ้าเจรจาไม่ได้ ก็ใช้มาตรการทางกฎหมาย ไม่ได้ใช้กำลังกันอย่างเดียว ต้องคิดหลายๆอย่าง และทางกฎหมายแม้ดีเอสไอส่งเรื่องไปอัยการแล้ว แต่ยังมีอำนาจขอหมายค้นได้ รวมถึงทางพนักงานสอบสวนยังมีหมายจับอยู่ โดยปกติแล้วสามารถขอหมายศาลได้ อยู่ที่ศาลจะให้หรือไม่







