posttoday
ระดมทุนพัฒนาCLMVT

ระดมทุนพัฒนาCLMVT

17 มิถุนายน 2559

เวที “CLMVT Forum 2016 : Towards a Shared Prosperity” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทุกภาคส่วนในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) เข้ามาร่วมหารือและกำหนดทิศทางในการก้าวไปข้างหน้าของภูมิภาค ซึ่งถือได้ว่าเติบโตเร็วที่สุด

เวที “CLMVT Forum 2016 : Towards a Shared Prosperity” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทุกภาคส่วนในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) เข้ามาร่วมหารือและกำหนดทิศทางในการก้าวไปข้างหน้าของภูมิภาค ซึ่งถือได้ว่าเติบโตเร็วที่สุด

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ซีแอลเอ็มวีมีพัฒนาการด้านการค้าขยายตัวถึง 3 เท่า จนสามารถมีมูลค่าสัดส่วนการค้าเป็น 10.5% ของโลกในปัจจุบัน และก้าวขึ้นเป็นแหล่งวัตถุดิบและการผลิตสำคัญให้กับตลาดสหรัฐจากตัวเลขการค้าระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวียังสามารถถึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ได้มากกว่า 8.75 หมื่นล้านบาท/ปี โดยที่มูลค่าดังกล่าวขยายตัวเพิ่มขึ้น 15 เท่า ในระยะเวลา 10 ปี ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวมีนักเดินทางเข้ามาในซีแอลเอ็มวีมากกว่า 35 ล้านคน/ปี ด้วยเที่ยวบินระหว่างเมืองหลวงของกลุ่มประเทศสมาชิกที่มีเที่ยวบินรองรับต่อวันไม่น้อยกว่า 19 เที่ยวบิน (กรุงเทพฯ เวียงจันทน์ หลวงพระบาง โฮจิมินห์ ฮานอย พนมเปญ สีหนุวิลล์ เนย์ปิดอร์ ย่างกุ้ง)

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การสนับสนุนการค้าและการลงทุนใน CLMVT บทบาทของธนาคารและสถาบันการเงินในการพัฒนาภูมิภาค” ว่า ปัจจุบันภูมิภาคอาเซียนกำลังเติบโต หากประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวีและไทยประสานกำลังกัน ก็จะทำให้ตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้นและเกิดธุรกิจใหม่ ส่งผลให้ภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคที่มีความน่าดึงดูดมาก โดยบทบาทของธนาคารและสถาบันการเงินจะช่วยยกระดับภูมิภาคนี้ให้เป็นตลาดเดียวได้นั้นมีอยู่ 4 บทบาท

บทบาทแรก คือ การทำงานใกล้ชิดให้บริการลูกค้าในด้านของการลงทุนค้าขาย เพราะธนาคารและสถาบันการเงินจะมีข้อมูลและรู้จักลูกค้าดี ทำให้สามารถเชื่อมเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการค้าชายแดนที่ทำให้เกิดมูลค่าการค้าข้ามประเทศเพิ่มขึ้นด้วย การทำงานร่วมกันนี้จะส่งเสริมให้เกิดการสร้างห่วงโซ่การผลิต (ซัพพลายเชน) ระหว่างกันในภูมิภาค

บทบาทที่สอง คือ การพัฒนาแหล่งทุนสำหรับซีแอลเอ็มวี เพราะทุกประเทศในภูมิภาคนี้ล้วนอยู่ในวงจรการพัฒนาประเทศเหมือนกับไทยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ขณะนี้ประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวีก็กำลังต้องการสินเชื่อที่ใช้เป็นทุนจากไทยในการพัฒนาประเทศ จึงเป็นเวลาที่ไทยจะระดมเงินออมที่มีอยู่ออกไปลงทุนและเป็นฐานเงินทุนให้ประเทศซีแอลเอ็มวี โดยที่ผ่านมาภาครัฐและหน่วยงานด้านการเงินต่างๆ พยายามอำนวยความสะดวกการค้าในภูมิภาค หากสามารถทำให้สกุลเงินในภูมิภาคใกล้เคียงกันมากขึ้นก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการค้าและการลงทุนได้

“ไทยและซีแอลเอ็มวีควรจะเรียนรู้จากมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นสองประเทศในอาเซียนที่มีการระดมทุนสองตลาด และควรจะดึงดูดให้มีบริษัทจดทะเบียนเข้ามาลงทุนในภูมิภาคให้มากขึ้น เพื่อความหลากหลายของเงินทุน” ชาติศิริ กล่าว

สำหรับบทบาทที่สาม คือ การทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะสิ่งสำคัญในการเชื่อมโยงของภูมิภาค และไม่ใช่แค่เป็นการเชื่อมโยงกันเฉพาะในซีแอลเอ็มวีเท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมโยงกับจีน อินเดีย และญี่ปุ่น เข้าด้วยกันได้ โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ระบุว่า ในซีแอลเอ็มวีมีความต้องการในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานตกปีละ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ดังนั้นจึงต้องมีแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย และการทำงานร่วมกันจะทำให้สามารถกำหนดนโยบายการพัฒนาและกลไกการเกลี่ยความเสี่ยงที่เหมาะสมร่วมกันได้

บทบาทที่สี่ คือ ภาคการเงินจะต้องมีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และผู้ประกอบการหน้าใหม่ (สตาร์ทอัพ) ด้วย เพราะจะหวังพึ่งแต่การลงทุนรายใหญ่จากต่างประเทศคงไม่ได้และจะไม่เกิดความยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งเสริมในกลุ่มสตาร์ทอัพให้มีโอกาสแข่งขันในตลาดโลกได้

“ซีแอลเอ็มวีมีศักยภาพใหญ่หลวงในการเติบโต ถ้าขจัดปัญหา อุปสรรคการค้า การลงทุน และผนึกจุดแข็งร่วมกันได้ ก็จะสามารถพัฒนาภูมิภาคนี้ให้เจริญได้ อีกทั้งยังทำให้มีจุดยืนในห่วงโซ่การผลิตของโลกได้” ชาติศิริ กล่าว

ยูทากะ ซานาดะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสภูมิภาคเอเชียและโอเชียนเนีย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ เอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า ศักยภาพของกลุ่มซีแอลเอ็มวีมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก จากความสามารถด้านกำลังผลิตชิ้นส่วน ตลอดจนความพร้อมของโรงงานและศูนย์วิจัยพัฒนา จนมีกำลังการผลิตได้มากกว่าปีละ 1 ล้านคัน ขณะที่มีบริษัทผู้ผลิตจำนวน 54 ราย ในไทย เวียดนาม และเมียนมา และบริษัทผู้จำหน่ายอีก 160 ราย ในซีแอลเอ็มวีที

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI